
‘ไทย ดีไซเนอร์ อะคาเดมี’ สร้างฐานรากแฟชั่นไทย
โดย...พริบพันดาว
โดย...พริบพันดาว
ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 14 ปีที่แล้ว ในปี 2546 รัฐบาลในยุคนั้นได้มีนโยบายส่งเสริมให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางธุรกิจแฟชั่น และมีโครงการกรุงเทพฯ เมืองแฟชั่นโลก เพื่อผลักดันเป็นศูนย์กลางแฟชั่นแห่งหนึ่งของโลกในปี 2555 โดยเป็นการผนึกกำลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแฟชั่นสามสาขา ทั้งอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ อุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้า วางเป้าหมายระยะเวลา 3 ปี (ปี 2546-2548)
ซึ่งหมายความว่าประเทศไทยต้องมีภาพลักษณ์ของเมืองแฟชั่นที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ มีศูนย์ธุรกิจแฟชั่นที่ส่งเสริมการประกอบธุรกิจแฟชั่นอย่างมีประสิทธิภาพ มีสินค้าแฟชั่นที่เป็นตราสินค้าไทยมากเพียงพอที่จะสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางธุรกิจแฟชั่น มีบุคลากรด้านแฟชั่นทั้งในด้านการออกแบบ ภาคธุรกิจ ภาคการผลิตที่มีความรู้และทักษะสูงพอ มีพัฒนาการด้านแฟชั่นที่โดดเด่นในภูมิภาค รวมทั้งมีการส่งออกสินค้าแฟชั่นมากมาย
ทว่า ทุกอย่างค้างเติ่ง ไม่สามารถเดินไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้
เมื่อกลางปี 2559 รัฐบาลชุดปัจจุบันได้เปิดศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Thailand Industrial Design Center : Thai-IDC) มีภารกิจหน้าที่ในการสนับสนุนและผลักดันให้มีการส่งเสริมพัฒนางานออกแบบและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมไทย ทั้งในด้านการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยวิทยาการ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม โดยเป็นหน่วยบริการแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่การให้แนวคิดและแรงบันดาลใจ แหล่งวัสดุหรือวัตถุดิบ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการด้านออกแบบ ฐานข้อมูลนักออกแบบ ฐานข้อมูลเชิงลึก เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยกระบวนการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ตามนโยบายของภาครัฐ สร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนาข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ รวมทั้งยังจัดแบ่งกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนแนวทางการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค
พอมาถึงเมื่อปลายเดือน ม.ค. 2560 ที่ผ่านมา ได้มีโครงการ “ไทย ดีไซเนอร์ อะคาเดมี” (Thai Designer Academy) ที่คัดเลือกดีไซเนอร์รุ่นใหม่ในวงการแฟชั่นมาร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการหรือเวิร์กช็อปกับสไตล์ไอคอนคนดังของไทย พร้อมมีโอกาสโชว์ผลงานบนเวที The Face Thailand Season 3 และเดินทางไปศึกษาดูงานแฟชั่นวีกระดับโลก Paris Haute Couture Fashion Week 2017
ฝันไกลอีกครั้ง หลังฝันค้างมานาน
ความหวังที่จะรวบรวมกลุ่มผู้ประกอบการ นักออกแบบจากอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กล่าวในงานเปิดตัวโครงการ “ไทย ดีไซเนอร์ อะคาเดมี” ว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นถือเป็นหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญและสามารถสร้างเม็ดเงินได้อย่างมหาศาล ซึ่งจะเห็นได้จากตัวเลขการส่งออกของอุตสาหกรรมแฟชั่นในปี 2558 ที่มีมูลค่ามากกว่า 6 แสนล้านบาท นับว่าเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศประมาณ 10% จากรายได้ทั้งหมดของประเทศ โดยพบว่าสินค้าแฟชั่นไทยได้รับการตอบรับที่ดีมากขึ้นในกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
“ด้วยจุดแข็งของภาพลักษณ์สินค้าที่โดดเด่นในเรื่องทักษะฝีมือและคุณภาพและเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดการต่อยอดในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ที่เราตั้งศูนย์ออกแบบและผลิตภัณฑ์ เพราะมองว่าปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆ ปัจจุบันการเสริมศักยภาพในการแข่งขันเรื่องของผลิตภัณฑ์ ถ้าเรามีการออกแบบที่หลากหลายสร้างความแตกต่างและเป็นความต้องการตลาดจริงๆ ขึ้นอยู่กับนักออกแบบล้วนๆ เลย จริงๆ แล้วเมืองไทยมีนักออกแบบที่ดีมากๆ มีอาจารย์ มีวิทยากรเก่งๆ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในแต่ละด้านทั้งนั้นเลย ซึ่งจะช่วยเทรนเด็กรุ่นใหม่ให้ขึ้นมาเสริมศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลกได้”
ดีไซเนอร์เก่งมีเยอะ แต่ไม่ถูกผลักดัน
การขับเคลื่อนครั้งสำคัญของวงการแฟชั่นไทย ที่พอดูจะเหมือนมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ให้เกิดขึ้นคือ โครงการ “ไทย ดีไซเนอร์ อะคาเดมี” ที่รวบรวมผู้ประกอบการและนักออกแบบไทย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพนักออกแบบผลิตภัณฑ์สู่สากลในรูปแบบอะคาเดมี โดยสร้างโอกาสให้นักออกแบบที่มีประสบการณ์แล้วพอสมควร ได้พัฒนาศักยภาพและยกระดับให้เป็นที่ยอมรับสู่ระดับสากล โดยมีกิจกรรมเวิร์กช็อปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน สร้างสรรค์ให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ ทันกระแสสังคม
รวมถึงเป็นการปรับทัศนคติ/ความคิด ให้มีความเป็นนักออกแบบและเป็นนักธุรกิจไปพร้อมๆ กัน ด้วยสังคมการเรียนรู้ร่วมกัน เกื้อกูลซึ่งกันและกัน เป็นอะคาเดมีต้นแบบตัวอย่างของผู้นำเชิงสร้างสรรค์ และเป็นสื่อกลางเพื่อเผยแพร่แนวความคิด ประสบการณ์ องค์ความรู้ต่างๆ สู่สาธารณชนในวงกว้างจำนวน 40 คน ซึ่งเปิดรับสมัครจนถึงเดือน ก.ค. 2560 นี้
พลพัฒน์ อัศวะประภา เจ้าของแบรนด์ ASAVA บอกว่า ตอนนี้อุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่ทุกคนมองเห็นศักยภาพ ไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น เพราะด้วยตัวคุณภาพของสินค้าไทย สินค้าที่ออกแบบด้วยความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยก็เป็นที่จับตามองของระดับโลก
“ประเทศไทยมีนักออกแบบที่ถือว่ามีความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นสากล และสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดโลกได้ดีอยู่แล้ว สิ่งที่เราต้องการก็คือการผลักดันนักคิดและนักออกแบบเหล่านั้นให้ก้าวขึ้นไปยืนบนเวทีโลกได้ แล้วก็มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคในระดับความเป็นสากลได้ด้วย เพราะฉะนั้นการที่เราจะพัฒนานักออกแบบให้มีความรู้ มีมาตรฐานตามระดับสากลก็เป็นสิ่งสำคัญ
“เพราะจริงๆ แล้วความคิดสร้างสรรค์เป็นจุดเริ่มต้นในอุตสาหกรรมการออกแบบ แต่หลังจากที่เรามีความคิดสร้างสรรค์แล้วจะทำอย่างไรให้ความคิดนั้นแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่าเพิ่ม ให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น นี่ก็เป็นกระบวนการที่การเรียนการสอนต้องขัดเกลานักออกแบบให้เข้าใจ ซึ่ง ‘ไทย ดีไซเนอร์ อะคาเดมี’ ก็จะเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยขัดเกลานักออกแบบให้เข้าใจถึงทิศทางเหล่านั้น”
การดึงเหล่าแฟชั่นและสไตล์ไอคอนร่วมเป็นวิทยากรอย่างใกล้ชิด อาทิ พลพัฒน์ อัศวะประภา เจ้าของแบรนด์ ASAVA, ชัยชน สวันตรัจฉ์ เจ้าของแบรนด์ Goodmixer&Muse, สุริยน ศรีอรทัยกุล เจ้าของแบรนด์เครื่องประดับดัง Beauty Gems, ชวมณฑ์ ปวโรดม เจ้าของแบรนด์กระเป๋าหนัง S’uvimol, ภัทรียา ณ นคร อดีตผู้ดูแลและนำเข้าแบรนด์ระดับโลก Gucci,
พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์ ช่างภาพมืออาชีพระดับแถวหน้า และ บัญชา ชูดวง สไตล์ไดเรกเตอร์อิสระและอาจารย์พิเศษด้านแฟชั่นดีไซน์
สำหรับการนำผู้เชี่ยวชาญในวงการแฟชั่นหลากสาขามาเป็นโค้ชที่นำความรู้ในแนวทางถนัดที่สะสมประสบการณ์มาด้วยระยะเวลาอันยาวนาน มาถ่ายทอดเป็นทางลัดสั้นๆ ให้ประสบความสำเร็จ ในจุดนี้ พัชรพิมล ยังประภากร เจ้าของแบรนด์กระเป๋าหนัง S’uvimol บอกว่า
“โครงการนี้จะช่วยจุดประกายให้นักออกแบบหน้าใหม่ๆ ที่ไฟแรงแต่ขาดแรงสนับสนุน เป็นการเริ่มต้นที่ดีของบ้านเราที่จะผลักดันให้ประเทศไทยหรือกรุงเทพฯ เป็นฮับของแฟชั่น”
ทางด้าน เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ ดาราระดับพระเอกชื่อดังที่มาร่วมเดินแบบบนรันเวย์ในวันเปิดตัวโครงการ “ไทย ดีไซเนอร์ อะคาเดมี” มองว่า
“เป็นโครงการที่ดีช่วยส่งเสริมให้คนไทยที่ออกแบบเสื้อผ้าได้มารวมกันเป็นกลุ่มก้อนเดียว มีเสื้อผ้าที่แปลกใหม่สวยใช้วัตถุดิบของไทยเองเพิ่มมากขึ้น ทั้งดีไซเนอร์วัยรุ่นซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ก็เก่งเหลือเกิน”
การนำเอาองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการและนักออกแบบของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยที่ประสบความสำเร็จและโดดเด่นบนเวทีโลกมารวมกันไว้ที่เดียวได้อย่างลงตัว ถือเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญที่เหล่าผู้ประกอบการและนักออกแบบที่เข้าร่วมโครงการจะได้เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปแบบเจาะลึกด้วยหลักสูตร “Workshop Design Business” ที่ถูกออกแบบขึ้นพิเศษให้ครอบคลุมเนื้อหาและกระบวนการสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและแรงบันดาลใจ อีกทั้งมีความเข้าใจในการทำธุรกิจแฟชั่นในยุคปัจจุบัน และเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ผู้ประกอบการและนักออกแบบรุ่นใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้แสดงผลงานการออกแบบสู่สายตาประชาชนในวงกว้างผ่านรายการดัง The Face Thailand Season 3 ที่มีผู้ชมมากถึงหลักล้านคน ที่จะสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ส่งเสริมภาพลักษณ์ และต่อยอดความสำเร็จได้ในอนาคต และท้ายสุดการเปิดประสบการณ์วงการแฟชั่นระดับโลก กับกิจกรรมการดูงานแฟชั่นวีกระดับโลกที่ Paris Haute Couture Fashion Week
นี่คืออีกย่างก้าวที่สำคัญของการสร้างประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในหมุดหมายที่สำคัญของวงการแฟชั่นโลก หลังจากที่ฝันมานานซ้ำแล้วซ้ำเล่า







