posttoday
ฟันธงเงินนอกไหลออก

ฟันธงเงินนอกไหลออก

01 มีนาคม 2560

โพลนักวิเคราะห์ ผู้จัดการกองทุน มองหุ้นไทยปีนี้ 1,453-1,669 จุด ชี้เงินไหลออกต่อเนื่อง กำไร บจ.โตแค่ 9% จีดีพี 3.39% ต่ำสุดในภูมิภาค

โพลนักวิเคราะห์ ผู้จัดการกองทุน มองหุ้นไทยปีนี้ 1,453-1,669 จุด ชี้เงินไหลออกต่อเนื่อง กำไร บจ.โตแค่ 9% จีดีพี 3.39% ต่ำสุดในภูมิภาค

นางภรณี ทองเย็น อุปนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยผลสำรวจนักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบัน เดือน ก.พ. 2560 มองปีนี้หุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบ 1,453-1,669 จุด คาดว่าดัชนีปิดสิ้นปี 1,618 จุด โดยจะเห็นได้ว่าตลาดหุ้นไทยมีอัพไซด์จำกัด 

ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นไทยในเชิงบวกมาจากเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก รองลงมา ได้แก่ การเมืองการเลือกตั้งในประเทศ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ตามลำดับ

สำหรับปัจจัยลบมาจากนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องมาตรการกีดกันทางการค้าและการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการเงินการคลัง และปัญหาการเมืองต่างประเทศ รวมถึงความเชื่อมั่นทางเครดิตและปัญหาหนี้เสีย

ด้านภาพรวมของเงินลงทุนต่างชาติหรือฟันด์โฟลว์ คาดว่า 3-4 เดือนข้างหน้ายังไม่ไหลกลับเข้ามา ขณะที่มีโอกาสไหลออกมากกว่า เนื่องจากเม็ดเงินดังกล่าวเริ่มไหลกลับไปตลาดหุ้นสหรัฐ จากนโยบายประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะช่วยหนุนเศรษฐกิจภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม เมื่อตลาดหุ้นสหรัฐเริ่มแพง โดยรอบนี้ดัชนีดาวน์โจนส์และดัชนีเอสแอนด์พีปรับขึ้นไปแล้ว 20% ดังนั้นครึ่งปีหลังคาดว่าเม็ดเงินนักลงทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นภูมิภาค รวมถึงตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น เพราะมีระดับพี/อีที่ถูกกว่า

“เวลาที่ต่างชาติจะเข้าบ้านเราเขาจะดูจีดีพีและกำไร บจ. ซึ่งปีนี้เราไม่โดดเด่นทั้งสองตัว ดังนั้นเงินที่ไหลเข้ามาจะเป็นระยะสั้น”

นางภรณี กล่าวว่า โพลนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน คาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีปีนี้ขยายตัว 3.39% ด้านสัดส่วนราคาหุ้นต่อกำไร (พี/อี เรโช) อยู่ที่ 14.95 เท่า กำไร บจ.โต 9.73% อย่างไรก็ดีอาจปรับประมาณการใหม่หลังจบฤดูกาลประกาศกำไรไตรมาส 4/2559 ด้านค่าเงินบาทมองเฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ 36.12 บาท/เหรียญสหรัฐ ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์คาดว่าอยู่ที่ 55.42 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

สำหรับอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นสูงสุดคาดว่าหมวดค้าปลีกและพลังงานโดดเด่นที่สุด โดยคาดว่าอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น 19.33% และ 18.24% ตามลำดับ ส่วนหมวดอสังหาริมทรัพย์และพลังงานคาดว่าจะให้อัตราเงินปันผลสูงสุด 4.57% และ 3.84% ตามลำดับ

ขณะที่ยอมรับว่าตลาดหุ้นปีนี้ลงทุนยากและผันผวนสูง ไม่เหมาะเก็งกำไรระยะสั้น คำแนะการลงทุนควรเลือกหุ้นรายตัว และถือลงทุนอย่างน้อย 3 เดือน นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนมองหุ้นเด่นปีนี้มีบริษัท บ้านปู (BANPU) บริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) 

ด้านผลสำรวจที่มีต่อตลาดตราสารหนี้พบว่าอัตราผลตอบแทน (บอนด์ยีลด์) จะทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (R/P) ระยะ 1 วัน จะคงอยู่ที่ระดับ 1.5% ด้านปัจจัยลบต่อการลงทุนในตลาดตราสารหนี้มาจากนโยบายการเงินโลกและดอกเบี้ยเฟด แนะนำลดน้ำหนักลงทุนในตราสารหนี้เหลือ 5% และเน้นลงทุนหุ้นในประเทศแทน

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค