posttoday
ทำอย่างไรดี...เหมือนตลาดกำลังอยู่บนจุดสูงแล้ว

ทำอย่างไรดี...เหมือนตลาดกำลังอยู่บนจุดสูงแล้ว

01 มีนาคม 2560

โดย...วีระพล บดีรัฐ

โดย...วีระพล บดีรัฐ

เชื่อเหลือเกินสิ่งที่เกิดขึ้นในใจของนักลงทุนหลายๆ คน ในช่วงนี้คือ ความกังวลว่าตลาดกำลังอยู่ในสภาวะใกล้จุดสูงสุดแล้วหรือยัง นัยหนึ่งคือมีสัญญาณในใจนักลงทุนที่กำลังคิดว่า ตลาดน่าจะเตรียมเข้าสู่สภาวะที่จะลงมากกว่าจะขึ้น ไม่ว่าจะด้วยทิศทางของกระแสเงินทุนที่อาจจะไหลกลับ ด้วยแนวโน้มของสหรัฐอเมริกาจะขึ้นดอกเบี้ยตลอดทั้งปีนี้ หรือแม้แต่การที่ราคาของตลาดหุ้นในประเทศไทยสูงขึ้นมามากในปีที่ผ่านมา รวมไปถึงการคาดการณ์ การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยเอง ในปีนี้ที่ไม่ได้สูงมากนัก (อยู่ราวๆ 3.3% จากการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย)

คำถามคือ ถ้าคุณในฐานะนักลงทุนคนหนึ่ง ที่กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่คิดว่าตลาดจะไม่สามารถทำกำไรหรือมีโอกาสขึ้นสูงไปกว่าในปัจจุบันมากนัก หรือแย่กว่านั้นคือมีความไม่แน่นอนสูงจนอาจถึงขั้นคิดได้ว่า
น่าจะถึงเวลาที่ตลาดจะเริ่มค่อยๆ ลงตลอดทั้งปี (อันนี้ไม่ได้บอกว่าปีนี้จะเป็นเช่นนั้นนะครับ) คุณจะทำอะไร

คนที่มีความกังวลมากหน่อย ก็คงมีแนวโน้มที่จะลดพอร์ตการลงทุนลง หรือขายสินทรัพย์เสี่ยงที่มีอยู่ ขั้นสุดของคนกลุ่มนี้คือ ขายทั้งหมด พักเงินรอจังหวะตลาดกลับมาอยู่ในสถานการณ์ที่สบายใจ

คนที่เน้นการลงทุนแบบระยะยาว สามารถใช้วิธีลดพอร์ตโดยไม่ได้ขายสินทรัพย์เดิมออก แต่อาจใช้วิธีลดการลงทุนเพิ่มในสินทรัพย์เสี่ยง หมายถึงถ้ามีเงินใหม่จำเป็นต้องลงทุนก็ยังไม่นำไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่คาดว่าจะอยู่ในขาลง

คนที่มีความเชี่ยวชาญและสามารถบริหารความเสี่ยงโดยใช้เครื่องมือทางการเงินอื่นช่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ฟิวเจอร์ ออปชั่น กลุ่มนี้เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตในทิศทางที่คาดการณ์ไว้ เหล่านี้ก็ถือเป็นแนวทางที่ทำได้สำหรับนักลงทุนในสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะเลือกแนวทางใดในการอยู่ในตลาดที่คาดการณ์ว่ากำลังอยู่บนจุดสูงสุด สิ่งที่ผมคิดว่าจำเป็นอย่างมากในการจะลงทุนให้ประสบความสำเร็จคือ

1.การรู้จักตัวเองและปรัชญาในการลงทุนของตัวเองให้ดี การรู้ว่าตัวเองเป็นนักลงทุนที่เน้นการลงทุนระยะสั้น เลือกจังหวะเข้าและออกจากตลาดจากปัจจัยทางเทคนิค หรือเป็นนักลงทุนระยะยาวที่เน้นการลงทุนจากปัจจัยพื้นฐานที่ดี และถือในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนกลุ่มใด การมีวินัยบนหลักการที่เลือกไว้แล้ว ไม่กลับไปกลับมา จะช่วยให้การตัดสินใจลงทุนอยู่บนหลักการมากกว่าอยู่บนอารมณ์ได้

2.ความต้องการเอาชนะตลาด หรือแค่ต้องการได้ผลตอบแทนตามที่คาดหวัง (ไม่ได้สูงไปกว่าระดับความเสี่ยงที่รับได้และไม่จำเป็นต้องเกินกว่าปกตินักลงทุนทั่วไป) ถ้าต้องการชนะตลาดนั่นหมายความว่าไม่ว่าจะอยู่ในตลาดขาขึ้นหรือลง คุณจำเป็นต้องหาช่องทางหรือโอกาสในการทำกำไรเสมอ ต้องทำการบ้าน เน้นการเลือกผลิตภัณฑ์หรือตราสารทางการเงินที่ยังมีโอกาสเติบโตให้ได้ตลอดเวลา

แต่ถ้าเป็นนักลงทุนทั่วไปไม่ต้องการจะชนะตลาด การได้ผลตอบแทนเท่าๆ ตลาด หรือขาดทุนไปพร้อมกับตลาดได้ เช่นนี้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำอะไรนอกไปจากการจำกัดสัดส่วนการลงทุน (Asset Allocation) ให้อยู่ในระดับที่รับได้ให้ได้ตลอดรอดฝั่ง ไม่ว่าตลาดจะเป็นขาใด (ขึ้นหรือลง)

3.การสร้างนิสัยการลงทุนที่ดี ให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างวินัยในการซื้อ เช่น การลงทุนแบบ DCA (Dollar Cost Average) หรือการลงทุนแบบ VA (Value Average) การกำหนดจุด cut loss หรือรวมไปถึงการทำ Rebalancing เพื่อให้พอร์ตการลงทุนได้รับการปรับแต่งตามแต่ช่วงสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งปัจจุบันการสร้างนิสัยการลงทุนที่ดีทำได้ง่ายมาก ทั้งการใช้บริการตัดบัญชีเงินออมเพื่อนำไปลงทุนแบบอัตโนมัติ การใช้เครื่องมือเช่น เว็บไซต์เพื่อการลงทุนที่สามารถตั้งระบบการสั่งซื้อกองทุนเป็นประจำทุกวันที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้ หรือแม้แต่การใช้ Application เพื่อการลงทุนโดยกำหนดแนวทางและหลักการ
ไว้ล่วงหน้า

สรุปแล้วการลงทุนไม่ว่าจะอยู่ในตลาดเช่นไร การรู้จักตัวเองและสร้างวินัยให้เกิดขึ้นสำคัญที่สุด ความกลัวหรือความกล้าเกินไปไม่เคยช่วยให้ประสบความสำเร็จ ถ้ากลัวจนหนีสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงที่เชื่อว่าตลาดอยู่จุดสูงสุด เช่นนี้ ต้องตระหนักไว้สักนิดว่า การที่จะกลับเข้ามาใหม่ในสินทรัพย์เสี่ยงนั้นก็ใช่ว่าจะทำใจได้ง่ายๆ เพราะเมื่อออกไปด้วยความกลัวตอนจะกลับเข้ามาก็อาจไม่กล้าจนสุดท้ายก็กลับเข้ามาที่ต้นทุนที่สูงจนไม่คุ้มค่าได้เช่นกัน ในช่วงเริ่มต้นปีเช่นนี้ผมจึงคิดว่าโอกาสในการทบทวนตัวเองและหลักการลงทุนของตนเองตั้งแต่ต้นปี จะช่วยให้นักลงทุนทุกคน สามารถจะอยู่ในตลาดได้อย่างมีความสุขตลอดทั้งปี ไม่ว่าตลาดจะเป็นขาขึ้นหรือลง และหากนักลงทุนท่านใดต้องการผู้ช่วยในการพิจารณาพอร์ตการลงทุนในช่วงต้นปี สามารถติดต่อที่ K-Expert Center เพื่อนัดพูดคุยกับที่ปรึกษาการเงินได้ฟรี ที่อาคารจามจุรีสแควร์ชั้น 2 เปิดทำการตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 11.00-20.00 น.

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร