posttoday
TPCชี้คำสั่งศาลปกครองไม่กระทบการดำเนินงาน

TPCชี้คำสั่งศาลปกครองไม่กระทบการดำเนินงาน

06 กันยายน 2553

TPC ชี้คำสั่งศาลปกครองให้ 1 ใน 2 โครงการของบริษัทยื่นขอใบอนุญาตใหม่ไม่กระทบผลการดำเนินงาน

TPC ชี้คำสั่งศาลปกครองให้ 1 ใน 2 โครงการของบริษัทยื่นขอใบอนุญาตใหม่ไม่กระทบผลการดำเนินงาน

นายคเณศ  ขาวจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์  ( TPC)  เปิดเผยความคืบหน้าหลังมีคำสั่งศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมาที่ให้ 1 ใน 2 โครงการของบริษัทต้องยื่นขอใบอนุญาตใหม่ คือ โครงการขยายกำลังการผลิตไวนิลคลอไรด์โมโนเมอร์ ของโรงงานที่ 1 และโรงงานที่ 2 ส่วนโครงการขยายกำลังการผลิตผงพลาสติกโพลีไวนิลคลอไรด์สายการผลิตที่ 8 และสายการผลิตที่ 9 ที่ไม่เข้าข่าย 11 โครงการที่มีผลกระทบรุนแรงจะเริ่มเดินหน้าโครงการในพื้นที่มาบตาพุดต่อทันที โดยขณะนี้ได้ประสานกับทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) ถึงขั้นตอนที่จะต้องปฏิบัติต่อไป หากทุกอย่างเรียบร้อยจะสามารถเริ่มผลิตได้ในช่วงประมาณเดือนต.ค.-พ.ย.นี้ 

ขณะเดียวกันในสัปดาห์หน้า บริษัทจะส่งหนังสือสอบถามไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) และผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนในชุมชน (Health Impact Assessment : HIA) ของโครงการขยายกำลังการผลิตไวนิลคลอไรด์โมโนเมอร์ของโรงงานที่ 1 และโรงงานที่ 2 ซึ่งศาลปกครองจะมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต บริษัทได้ดำเนินการไปก่อนหน้า ตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 67 วรรค 2 หากไม่มีปัญหาคาดว่ากระบวนการต่างๆ ของการทำ EIA และ HIA จะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2553 และเริ่มทำการผลิตได้ประมาณไตรมาส 3 ปีหน้า

ส่วนยอดขายในปีนี้คาดว่าน่าจะอยู่ประมาณ 26,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 22,000-24,000 ล้านบาท ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2553 น่าจะออกมาดีกว่าไตรมาส 2/2553 และดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะแนวโน้มราคาของผลิตภัณฑ์ปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย Spread margin ของ PVC อยู่ที่ประมาณ 500 เหรียญต่อตัน สูงกว่าระดับปกติที่ประมาณ 400 เหรียญต่อตัน โดยปัจจุบันราคา PVC อยู่ที่ระดับ 950 เหรียญต่อตัน

ขณะเดียวกันผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น กระทบกับบริษัทเพียงเล็กน้อย คือ ทำให้กำไรของบริษัทฯ หายไปประมาณ 30-40 ล้านบาทในปีนี้ จากเดิมปีที่แล้วค่าบาทเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 32 บาทต่อดอลลาร์ แต่ในปัจจุบันค่าเงินบาทมาอยู่ที่ระดับประมาณ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ที่ไม่ได้รับผลกระทบมากนักมากจากการส่งออก เพราะวัตถุดิบก็มีการนำเข้าเป็นดอลลาร์ 100% เป็นการทำ Natural Hedge ไปในตัว

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค