posttoday
บอร์ดทอท.รื้อสัญญาแป้งร่ำ

บอร์ดทอท.รื้อสัญญาแป้งร่ำ

06 กันยายน 2553

‘ปิยะพันธ์’นัดประชุมด่วน6ก.ย.นี้ พบทุนจดทะเบียน1ล.กำไรแค่พันบ.

โพสต์ทูเดย์ — ประธานบอร์ด ทอท.เรียกประชุมนัดพิเศษ สั่งผู้บริหาร ทอท. ชะลอสัญญาจ้าง แป้งร่ำ รีเทล บริหารสุวรรณภูมิ สแควร์

นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ ได้นัดประชุมคณะกรรมการ ทอท.เพื่อพิจารณากรณีที่ผู้บริหาร ทอท. ได้อนุมัติให้บริษัท แป้งร่ำ รีเทล รับสัมปทานบริหารพื้นที่ลานจอดรถระยะยาว พัฒนาเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมเชิงพาณิชย์ โครงการสุวรรณภูมิ สแควร์ มูลค่าการลงทุน 350450 ล้านบาท โดยไม่ผ่านการเห็นชอบของบอร์ด ซึ่งที่ผ่านมาได้เรียกผู้บริหาร ทอท.ชี้แจง แต่ยังได้รับคำตอบไม่ชัดเจน

ทั้งนี้ สาเหตุที่บอร์ดติดใจเรื่องการอนุมัติโครงการดังกล่าว เนื่องจากโครงการสุวรรณภูมิ สแควร์ มีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 350450 ล้านบาท แต่ผู้บริหาร ทอท.ใช้เวลาในการพิจารณาอนุมัติเพียง 10 วัน และไม่แจ้งให้บอร์ดได้รับทราบก่อน

ดังนั้น ในการประชุมบอร์ดนัดพิเศษได้เชิญผู้บริหาร ทอท. เข้ามาชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร เหตุใดจึงไม่แจ้งให้บอร์ดรับทราบ และจะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมาบอร์ดได้กำชับกับฝ่ายบริหารแล้ว การอนุมัติสัญญาสัมปทานใดๆ หากเกิน 5 ปี ต้องรายงานให้บอร์ดรับทราบ แต่สัญญาดังกล่าวอายุสัมปทานนานถึง 15 ปี แต่กลับไม่มีการแจ้งให้ทราบ

นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยใหญ่ ทอท. และนายนิรันดร์ ธีรนาทสิน ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เข้ามาชี้แจงแล้วว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการเข้าใจผิดในเรื่องอำนาจการพิจารณา เพราะเรื่องดังกล่าวแม้มีอายุสัมปทานเกิน 5 ปี แต่มูลค่าผลตอบแทนไม่รวมค่าเช่าไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเป็นอำนาจของคณะกรรมการพิจารณารายได้ของ ทอท. ไม่ต้องรายงานบอร์ด แต่อย่างไรก็ตามตนจึงได้สั่งการให้ชะลอการเซ็นสัญญาโครงการไปก่อน จนกว่าบอร์ดจะมีการพิจารณา

ด้านนายนิรันดร์ กล่าวว่า ได้ให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาเพื่อออกหนังสือแจ้งยกเลิกผลการอนุมัติของคณะกรรมการพิจารณารายได้ ซึ่งมีนายเสรีรัตน์เป็นประธาน กรณีการอนุมัติให้บริษัท แป้งร่ำ รีเทล ได้รับสัมปทานบริหารพื้นที่ลานจอดระยะยาว เพราะจะต้องเสนอเรื่องดังกล่าวให้บอร์ดพิจารณาก่อน หลังจากที่ผ่านมามีความเข้าใจผิดเรื่องอำนาจการอนุมัติ เมื่อพบว่า คณะกรรมการพิจารณารายได้ ไม่มีอำนาจในการพิจารณาก็ต้องยกเลิกผลการพิจารณาไปก่อน ส่วนบอร์ดจะมีแนวทางการพิจารณาอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาในที่ประชุมบอร์ดนัดพิเศษ

ดังนั้น เชื่อว่าการยกเลิกผลการพิจารณาดังกล่าว จะไม่ทำให้บริษัท แป้งร่ำ รีเทล ได้รับความเสียหาย เนื่องจากยังไม่มีการลงนามสัญญาอย่างเป็นทางการ และเชื่อว่าจะไม่มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น และเชื่อว่า เอกชนจะไม่มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากทอท. เนื่องจากไม่ได้เจตนาให้เกิดความเข้าใจผิด

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่าบริษัท แป้งร่ำ รีเทล นั้น มีทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท และมีประเภทธุรกิจ ผลิต ขายปลีก ขายส่ง เครื่องปั๊มน้ำ เครื่องฉีดน้ำผู้ผลิต และธุรกิจ ค้าปลีกค้าส่ง โดยระบุว่าเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ตั้งอยู่ที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา โดยตั้งขึ้นเมื่อปี 2550 และมีบริษัทในเครือที่เกี่ยวข้อง คือ บริษัท บางนาอุปกรณ์ โดยนำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์ทำความสะอาด

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าบริษัท แป้งร่ำ รีเทล ไม่มีประวัติเกี่ยวกับการบริหารพื้นที่ลานจอดรถ หรือบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์แต่อย่างใด

นอกจากนี้ งบการเงินของบริษัทแป้งร่ำ รีเทล เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2551 พบว่าเป็นบริษัทขนาดเล็กมีเงินสดและเงินฝากเพียง 3,400 บาท มีสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น 16,324 บาท มีหนี้สิน 6,000 บาท ส่วนผลประกอบการปี 2551 มีรายได้รวมเพียง 9,826 บาท ขาดทุน 8,600 บาท แต่เมื่อรวมรายได้อื่นๆ ทำให้มีกำไรสุทธิ 1,226 บาท

แหล่งข่าวจาก ทอท. กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการเปิดให้เอกชนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณพื้นที่ลานจอดรถระยะยาวในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพราะทอท.ต้องการเพิ่มรายได้ ซึ่งปัจจุบันทอท.ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการพื้นที่ดังกล่าวสูงถึงเดือนละ 360,000 บาท และประสบปัญหาขาดทุนเดือนละประมาณ 150,000 บาท แต่การเปิดให้เอกชนพัฒนาพื้นที่ จะส่งผลให้ทอท.มีผลตอบแทนรวมค่าเช่าพื้นที่เดือนละประมาณ 2.2 ล้านบาท

นอกจากนี้ ทอท.ได้กำหนดเงื่อนไขสัญญาสัมปทานว่าเอกชนต้องคืนพื้นที่ทันทีที่ทอท.ต้องการใช้ เพราะในอนาคตทอท.จะใช้พื้นที่บางส่วนในปี 2558 ซึ่งจะเร็วกว่าอายุสัญญาสัมปทานที่กำหนดไว้ในสัญญา 1520 ปี

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน