posttoday
หุ้นขึ้น ทองนอกขึ้น ทองไทย Sideway

หุ้นขึ้น ทองนอกขึ้น ทองไทย Sideway

06 กันยายน 2553

....นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ

มีทฤษฎีเรื่องของการเป็นนักลงทุนที่ดีเขียนโดยนายวิกคอฟฟ์ เขาอธิบายในเรื่องของการเป็นนักลงทุนที่จะประสบความสำเร็จได้ จะต้องมีกฎหลัก 10 ข้อ และมีกฎข้อที่ 4 ที่เขียนเอาไว้ว่า “Become the complete trader” หมายความว่าตลาดการลงทุนเกิดจากภาวะจิตใจของนักลงทุน และทุกๆ การเคลื่อนไหวของราคาตลาดก็จะเป็นผลมาจากการตัดสินใจของนักลงทุนทั้งหมด

เขาบอกว่าการจะเป็นนักลงทุนที่ดีจะต้องเข้าใจในภาพรวมใหญ่ๆ ทั้งหมดทั้งด้านบวกและด้านลบ ศึกษาทั้งราคาและปริมาณการซื้อขายที่สัมพันธ์กัน เพื่อที่จะเข้าใจถึงการเคลื่อนไหวของราคาตลาด และก็ได้อธิบายเรื่องของภาวะจิตใจต่างๆ ในข้อนี้ของนักลงทุน ผมอ่านแล้วมาคิดถึงสภาพตลาดของทองไทยในปัจจุบันที่ประกอบไปด้วยราคาทองของตลาดต่างประเทศ กับค่าเงินบาทที่นำมาคิดคำนวณรวมกัน

อันจะเห็นได้ว่าพอทั้งสองอย่างมาคำนวณรวมกัน ภาวะตลาดทองของไทยก็มีราคาที่เคลื่อนไหว Sideway หรือเรียกได้ว่าเคลื่อนไหวด้านข้าง เพราะการประกอบร่างของราคาทองไทย ณ ขณะนี้ส่วนหนึ่งคือ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าเป็นอย่างมาก ถ้าเปิดกราฟจะเห็นเป็นทิศทางขาลง เมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐคือบาทแข็งค่าขึ้น ในขณะที่ราคาของต่างประเทศกราฟเป็นทิศทางขาขึ้น Uptrend

ดังนั้น ถ้านำสองส่วนมาผสมกันก็จะเป็นการเคลื่อนไหวทิศทางด้านข้างที่เรียกว่า Sideway ทำให้นักลงทุนในทองคำทำกำไรไม่ได้ หลายๆ คนประสบภาวะความเบื่อหน่าย ที่เรียกว่า “เซ็ง” เพราะว่าโดยปกติเราจะคุ้นเคยกับการเห็นทองคำต่างประเทศขึ้น ทำให้ราคาทองบ้านเราปรับตัวขึ้นตามไม่มากก็น้อย เนื่องจากปกติค่าเงินบาทอยู่ภาวะทรงตัวเคลื่อนไหวในเกณฑ์ 35 สตางค์เท่านั้น แต่ในขณะนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นถึงหนึ่งบาทกว่าต่อหนึ่งเหรียญสหรัฐ ภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ จึงสะท้อนให้เห็นถึงกฎข้อนี้ของนายวิกคอฟฟ์ที่เขียนถึงความที่จะต้องเป็น The complete trader โดยเฉพาะนักลงทุนไทยที่จะต้องเข้าใจในสองตลาดไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นเรื่องที่นานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่ง

นอกจากนั้น นายวิกคอฟฟ์ยังพูดถึงเรื่องการที่จะต้องเป็นนักลงทุนที่ดี ก็จะต้องมีระเบียบวินัยของตนเองอย่างถึงรากถึงโคนซึ่งใช้คำว่าเป็น Behavioral Finance ซึ่งในสภาวะแบบนี้เมื่อศึกษาโดยองค์รวมเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าใจสภาพตลาดของทองไทยที่ยังไม่สามารถเคลื่อนตัวไปไหนได้ สัปดาห์หน้าผมจะพูดถึงเรื่องกฎหลักของการสร้าง การวางแผน และการควบคุมแผนในการลงทุน

วิเคราะห์ทางเทคนิค

ราคาทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมาทำ New High ในรอบ 8 สัปดาห์ ที่ระดับ 1,254 เหรียญสหรัฐ (เป็นราคาทองของต่างประเทศ) โดยที่มีแรงเทขายทำกำไรเข้ามา หลังจากที่ตลาดประกาศตัวเลขคนจ้างงานนอกภาคการเกษตรมีอัตราสูงขึ้นกว่าที่ตลาดคาดการณ์อย่างมาก ตัวนี้เหมือนจะบ่งบอกได้ว่ามีภาวะเศรษฐกิจที่น่าจะฟื้นตัวในภาคเอกชน ทำให้เกิดมีแรงเทขายในทองคำอย่างหนักในคืนวันศุกร์ โดยไปทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,237 เหรียญสหรัฐ

โดยที่ปลายตลาดสหรัฐเปิดเผยตัวเลขภาคบริการขยายตัวช้าลงทำให้ราคาดีดกลับขึ้นไปที่ 1,251 เหรียญสหรัฐ ก่อนมาปิดตลาดที่ระดับ 1,246 เหรียญสหรัฐ หลังตลาด Comex ในเชิงเทคนิคแล้วทองคำยังเป็นภาวะขาขึ้น โดยมีเส้นแนวรับสำคัญที่ 1,240 1,230 ตามลำดับ แนวต้านด้านบนยังอยู่ที่ระดับ1,265 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเดิม เมื่อเดือน มิ.ย.

ในขณะที่ภาพรวมของทองไทยยังเป็น Sideway เคลื่อนตัวอยู่ระหว่าง 18,250 บาท ถึง 18,450 บาท แล้วเคลื่อนตัวเช่นนี้มากว่า 3 สัปดาห์แล้ว นักลงทุนในทองคำเรียกว่าช่วงนี้อยู่ในภาวะเสียโอกาสและน่าเบื่อหน่าย ก็มีแรงซื้อและแรงขายสลับกันไปอย่างต่อเนื่องทั้งตลาดทองแท่ง และ Gold Futures จะเห็นได้ว่า Gold Futures เริ่มมีการซื้อขายเบาบางลงอย่างมาก เพราะว่าตลาดในช่วงเช้าก็แทบจะไม่เคลื่อนไหวเลยในเรื่องของราคาเนื่องจากมีค่าเงินบาทคอยกดดันอยู่ตลอดเวลา ก็ต้องยอมรับว่าลักษณะของการมองตลาดโดยรอบด้านจะเข้าใจจะต้องวิเคราะห์โดยภาพรวมทั้งต่างประเทศแล้วในประเทศเอามาผสมกันให้ได้ เพราะว่าทองคำเป็นสินค้าของคนทั้งโลก และสิ่งที่เกิดขึ้นก็จะเห็นการเคลื่อนไหวของราคาอย่างมากในตลาด Comex ซึ่งเป็นเวลาเย็นบ้านเรา

ฉะนั้น นักลงทุนคงจะต้องอดใจรอสำหรับตลาด Gold Futures ซึ่งจะมีการขยายเวลาได้ในต้นปีหน้า ในระหว่างนี้ก็จะสามารถลงทุนในทองคำและหยุดความเสี่ยงได้ในตลาดทองคำแท่งผ่านระบบ Gold Online ซึ่ง MTS Gold ช่วยให้นักลงทุนทองคำแท่งสามารถซื้อขายได้จนถึงเวลาเที่ยงคืน ซึ่งทำให้นักลงทุนทองคำแท่งสามารถเข้าซื้อขายได้โดยเป็นความสะดวก และเป็นการติดตามตลาด Comex ซึ่งเป็นตลาดใหญ่และมีผลต่อราคาทองคำแท่งของตลาดโลกอย่างมาก ตอนนี้มักเกิดคำถามอย่างมากว่า

สรุปว่าทองคำไทยยังขึ้นอยู่หรือเปล่า คำตอบนี้ต้องบอกว่าค่อนข้างยาก เพราะว่าตอนนี้หลักคิดไปผูกติดกับค่าเงินบาทเป็นส่วนใหญ่ ก็เพียงแต่ใช้หลักสถิติเข้ามาดูว่า โดยภาพรวมในอดีตนั้น ราคาทองคำมักจะสามารถขึ้นได้ในระยะยาว และจะสามารถชนะการแข็งค่าของค่าเงินบาทได้ ซึ้งก็คงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะว่าค่าเงินบาทของเราตอนนี้แข็งค่าขึ้นเทียบกับระดับที่เคยลงมาต่ำสุดเมื่อสองปีที่แล้ว แต่ราคาทองในตลาดโลกกำลังปรับตัวขึ้นเพื่อทดสอบจุดสูงสุดตลอดกาลที่ระดับ 1,265 เหรียญสหรัฐ ขอให้โชคดีในการลงทุน สนใจศึกษาการลงทุน MTS Academy มี Solution ช่วยท่านได้ Call Center 022226222

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค