
ผู้สูงอายุภาวะสมองเสื่อม กับการถูกละเมิดสิทธิ
ประชาชนทุกคนมีโอกาสถูกละเมิดสิทธิหรือถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยเหยื่อมักเป็นผู้ที่อ่อนแอโดยเฉพาะผู้สูงอายุ
โดย...ผศ. ดร.จงจิตต์ ฤทธิรงค์
ประชาชนทุกคนมีโอกาสถูกละเมิดสิทธิหรือถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยเหยื่อมักเป็นผู้ที่อ่อนแอโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพราะมีร่างกายและสมองเสื่อมถอยลง สมองนับเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่คิดและตัดสินใจ เมื่อสมองไม่สามารถทำหน้าที่ได้ปกติย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต งานวิจัยโดย ศ.นพ.สุทธิชัย จิตะพันธ์กุล พบว่าประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม หรือผู้ป่วยดีเมนเชีย โดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 3.4 ของผู้สูงอายุทั้งหมด จึงคาดว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยเป็นดีเมนเชียซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิประมาณเกือบ 4 แสนคน
ข่าวผู้สูงอายุวัยปลายที่มีภาวะสมองเสื่อมถูกหลอกให้เซ็นเอกสารโอนทรัพย์สินที่สะสมมาตลอดชีวิต ซึ่งมีผลทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ เพราะการดำเนินการเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างถูกต้อง แม้จะทราบในภายหลังว่าผู้สูงอายุถูกหลอกจนสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมด แต่ระบบยุติธรรมก็ไม่สามารถเอาผิดกับผู้ที่ฉ้อโกงได้
ผู้เขียนมีโอกาสสนทนากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ถึงการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากการถูกเอารัดเอาเปรียบที่ถูกหลอกให้เซ็นเอกสารหรือพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมไม่อาจรับรู้หรือไม่มีความสามารถในการตัดสินใจว่าจะทำเช่นไร ท่านกล่าวว่าหากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ว่าร่างกายและสมองไม่สามารถทำงานได้ปกติ เช่น มือเริ่มเซ็นเอกสารไม่ได้ แพทย์สามารถรับรองได้ว่าเอกสารที่เซ็นหลังจากวันที่แพทย์วินิจฉัยจะเป็นโมฆะ ดังนั้นการทำธุรกรรมหลังจากวันที่แพทย์รับรองว่าไม่สามารถตัดสินใจและเซ็นเอกสารได้เอง จึงต้องการผู้จัดการทรัพย์สินแทน หากมีญาติที่ไว้วางใจมาช่วยจัดการให้ได้คงจะดีไม่น้อย แต่ผู้สูงอายุหลายคนที่โสดและไม่มีลูก จะทำอย่างไร มีองค์กรใดให้ความคุ้มครองได้
นอกจากการป้องกันการละเมิดสิทธิแล้ว ในทางกลับกันผู้สูงอายุที่ป่วยจนไม่อยู่ในภาวะที่จะรับรู้หรือตัดสินใจได้อีก และไม่สามารถแปลงทรัพย์สินที่มีมาเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลตัวเองได้ เพราะไม่มีลูกหรือญาติจัดการทรัพย์สินให้ ก็นับเป็นปัญหาเช่นกัน ในต่างประเทศผู้สูงอายุที่ตรวจพบว่ามีภาวะสมองเสื่อมบางรายเตรียมตัวโดยวางแผนการรักษาโรคอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นร่วมกับแพทย์ เพื่อให้ตนได้เลือกในสิ่งที่ต้องการ บางรายเตรียมจัดการเงินและทรัพย์สินไว้ล่วงหน้า โดยทำพินัยกรรมไว้ก่อนที่ตนจะไม่สามารถตัดสินใจเองได้
ประเทศไทยได้กลายเป็นสังคมสูงวัยแล้ว และมีแนวโน้มที่ประชากรสูงอายุจะเป็นโสด ไม่มีบุตร อยู่ลำพังคนเดียว หรืออยู่กับคู่สมรสที่เป็นผู้สูงอายุเท่านั้น ประชากรเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะถูกละเมิดสิทธิ เพราะไม่มีผู้ดูแลที่สามารถตัดสินใจเพื่อรักษาผลประโยชน์แทนได้เมื่อผู้สูงอายุมีภาวะสมองเสื่อม แม้บางท่านจะได้เตรียมตัว โดยการเก็บออมและสะสมทรัพย์สินเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างไม่ลำบาก แต่หากถูกฉ้อโกงทำให้สูญเสียทรัพย์สินไป การเตรียมตัวที่ผ่านมาเท่ากับสูญเปล่า จึงน่าจะถึงเวลาที่นักนโยบายต้องมาคิดวางแผนให้เกิดระบบเพื่อพิทักษ์สิทธิของผู้สูงอายุในสังคมสูงวัย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย







