
ยอดเคลมรถหายลดฮวบจ่ายเคลมสินไหม288ล้าน
ยอดรถหายที่ทำประกันในปี 2559 ลดเหลือ 960 คัน จาก 1,300 คัน จับตากลุ่มไม่แจ้งหายทั้งที่รถไม่อยู่ในความครอบครองส่อเจตนาทุจริต
ยอดรถหายที่ทำประกันในปี 2559 ลดเหลือ 960 คัน จาก 1,300 คัน จับตากลุ่มไม่แจ้งหายทั้งที่รถไม่อยู่ในความครอบครองส่อเจตนาทุจริต
นายเชาว์ ชูรักษ์ ที่ปรึกษาคณะทำงานชุดป้องกันการโจรกรรมรถ สมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ในปี 2559 มียอดรถกระบะและรถยนต์ที่มีประกันภัยรถหายและได้ยื่นรับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันวินาศภัยจำนวน 960 คัน คิดเป็นค่าสินไหมเฉลี่ยต่อคันจะอยู่ประมาณคันละ 3 แสนบาท รวมเป็นเงินที่บริษัทประกันภัยต้องจ่ายประมาณ 288 ล้านบาท ซึ่งถือว่าลดลงมากเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มียอดรถหาย 1,300 คัน
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากรัฐบาลชุดปัจจุบันมีความเข้มงวดในการกวาดล้างกลุ่มมิจฉาชีพทุกๆ กลุ่ม ทำให้กระบวนการโจรกรรมลดลง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเข้มงวดในการป้องกันการนำทะเบียนรถที่เกิดอุบัติเหตุเสียหายสิ้นเชิงและถูกขายซากมาใช้อีก
"เศรษฐกิจที่ชะลอตัวก็มีส่วน เพราะทางไฟแนนซ์ที่มีการปล่อยสินเชื่อซื้อรถยนต์มีการคัดกรองลูกค้า ทำให้สามารถสกัดกลุ่มมิจฉาชีพได้" นายเชาว์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จำนวนตัวเลขแจ้งหายที่มีประมาณ 960 คันนั้น ทางคณะทำงานพบว่ายังมีกลุ่มที่ไม่มีรถอยู่ในครอบครอง หมายถึง รถไม่ได้อยู่ที่บ้าน หรือไม่ได้ใช้รถ แต่ไม่แจ้งหายอีกจำนวนมาก โดยได้ตั้งข้อสังเกตว่าจะเข้าข่ายทุจริต เพราะโดยปกติวิสัยหากรถหาย จะมีการแจ้งตำรวจในทันที และไปแจ้งเคลมกับบริษัทประกันภัย แต่กลุ่มดังกล่าวยังไม่มีการแจ้งความแต่อย่างใด
"ปี 2560 ได้ทำการประชุมร่วมคณะทำงานฯ เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถและการฉ้อฉลประกันภัย ไปแล้ว จะเน้นการสกัดการนำรถข้ามพรมแดน เพราะถ้าข้ามออกไปโอกาสได้คืนเป็นศูนย์ ถ้ายังวิ่งอยู่ในประเทศโอกาสที่ตำรวจจะติดตามคืนมาได้มีสูง" นายเชาว์ กล่าว
ด้านศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์รถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปจร.ตร.) รายงานว่า ในปี 2559 ยี่ห้อรถยนต์ถูกโจรกรรมทั่วประเทศ อันดับ 1 คือ โตโยต้า ตามด้วย ฮอนด้า อีซูซุ และนิสสัน
ภาพประกอบข่าว







