
จ่าย3บ.แลกลดใช้ไฟ งัดมาตรการจูงใจดึงรัฐ-เอกชนประหยัด
เรกูเลเตอร์ดึงเอกชนร่วมลดใช้ไฟรับมือแหล่งก๊าซฯ ยาดานาหยุดจ่ายแลกจ่ายชดเชยหน่วยละ 3 บาท ตั้งเป้าลดใช้ไฟ 400 เมกะวัตต์
เรกูเลเตอร์ดึงเอกชนร่วมลดใช้ไฟรับมือแหล่งก๊าซฯ ยาดานาหยุดจ่ายแลกจ่ายชดเชยหน่วยละ 3 บาท ตั้งเป้าลดใช้ไฟ 400 เมกะวัตต์
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ในฐานะโฆษก เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมนำมาตรการความร่วมมือลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการใช้สูง (ดีมานด์ เรสปอนส์) มาใช้ในช่วงการหยุดซ่อมบำรุงแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติแหล่งยาดานา สหภาพ เมียนมา ระหว่างวันที่ 25 มี.ค.-2 เม.ย. รวม 9 วันเพื่อลดการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าด้วยน้ำมันดีเซลของโรงไฟฟ้าความร้อนร่วมราชบุรีและโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอร์จี้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมที่ใช้ก๊าซฯ ผลิตไฟฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว
สำหรับแผนการหยุดจ่ายก๊าซฯ ครั้งนี้มีการเชื่อมต่อแท่นผลิตใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณการจ่ายก๊าซฯ ฝั่งตะวันตก รวมประมาณ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต (ลบ.ฟุต) ต่อวัน มีผลทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซฯ ลดลงประมาณ 6,400 เมกะวัตต์ จึงจำเป็นต้องมีการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงอื่น เช่น น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซล ที่มีต้นทุนสูงทดแทน
นอกจากนี้ การนำมาตรการดีมานด์ เรสปอนส์มาใช้ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายขอความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและเอกชนลดใช้ไฟฟ้าในช่วงที่แหล่งก๊าซฯ หยุดจ่ายตั้งเป้าหมายไว้ 400 เมกกะวัตต์ ได้แก่ ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 4 คือ กิจการขนาดใหญ่ ให้ลดการใช้ไฟฟ้าเฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ ช่วงวันที่ 27-31 มี.ค. 2560 ในช่วงเวลาต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) เวลา 09.00-22.00 น. ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ บริเวณสถานีไฟฟ้าพระนครใต้ เทพารักษ์ ธนบุรีใต้ และบางพลี มีเป้าหมายในการลด 200 เมกะวัตต์ และในพื้นที่ภาคกลาง บริเวณ จ.ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อีกจำนวน 200 เมกะวัตต์ ซึ่งในครั้งนี้ กกพ.กำหนดอัตราค่าชดเชยสำหรับผู้เข้าร่วมมาตรการที่สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ในช่วงเวลาที่กำหนด ที่ 3 บาท/หน่วย โดยผู้สมัครสามารถแสดงเจตจำนงที่จะลดการใช้ไฟฟ้าโดยระบุจำนวนวันที่จะเข้ามาตรการได้
"การหยุดผลิตก๊าซฯ ครั้งนี้ เรกูเลเตอร์ได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และกระทรวงพลังงาน เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้มาตรการดีมานด์ เรสปอนส์ ซึ่งจะมีการจัดสัมมนาชี้แจงทำความเข้าใจโครงการให้กับกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ และมีการเปิดรับสมัครผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมมาตรการในวันสัมมนา ด้วย โดยสำนักงาน กกพ.และการไฟฟ้าจะเผยแพร่ข้อมูลรายละเอียดการเข้าร่วมโครงการผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน" นายวีระพล กล่าว
ด้าน นายนพดล ปิ่นสุภา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. กล่าวถึงการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ตามวาระบนแท่นผลิตของแหล่งก๊าซธรรมชาติซอติก้า สหภาพเมียนมา เพื่อรักษาเสถียรภาพในการจ่ายก๊าซธรรมชาติให้เป็นไปตามสัญญา ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นตามแผน ผู้ผลิตได้จ่ายก๊าซฯ เข้าสู่ระบบตามปกติแล้วตั้งแต่เวลา 19.21 น. ของวันที่ 12 ก.พ.เป็นต้นมา
การหยุดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซฯ ซอติก้าในครั้งนี้ มีระยะเวลา 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-12 ก.พ. ส่งผลให้ปริมาณก๊าซฯ ในระบบขาดหายไปในปริมาณ 600 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน ซึ่ง ปตท.ได้จัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ไว้อย่างเพียงพอ และได้จัดเตรียมแผนการรับก๊าซฯ เต็มที่จากผู้ผลิตแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย จึงทำให้ การดำเนินงานราบรื่นด้วยดี
สำหรับครั้งต่อไปจะเป็นการซ่อม บำรุงประจำปีของแหล่งยาดานา ระหว่างวันที่ 25 มี.ค.-2 เม.ย. 2560 ซึ่งผู้ผลิตจำเป็นต้องดำเนินการในช่วงดังกล่าว เพื่อเชื่อมต่อหลุมผลิตใหม่เข้ากับระบบผลิตหลัก และรักษาความสามารถในการส่งก๊าซฯ ส่งผลให้ปริมาณก๊าซฯ จะหายไปจากระบบประมาณ 1,100 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน
อย่างไรก็ตาม ปตท.ได้ประสานงานร่วมกับ กฟผ.เพื่อสำรองเชื้อเพลิง ได้แก่ น้ำมันเตา และน้ำมันดีเซล ในการใช้ทดแทนก๊าซธรรมชาติที่หายไปในช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมทั้งเรียกรับก๊าซจากผู้ผลิตในอ่าวไทย และการจัดหา แอลเอ็นจีเพิ่มเติม
"ปตท.ขอให้ประชาชนมั่นใจในการบริหารและติดตามการซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซฯ ที่ ปตท.ได้มีการวางแผนล่วงหน้าและประสานงานทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งจัดหาพลังงานสำรอง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ทั้งภาคไฟฟ้า อุตสาหกรรม และประชาชน" นายนพดล กล่าว
ภาพประกอบข่าว







