posttoday
มหาเศรษฐีไทยรวยหุ้น

มหาเศรษฐีไทยรวยหุ้น

05 กันยายน 2553

ผลการจัดอันดับมหาเศรษฐีไทย 40 คนของนิตยสารฟอร์บส์ สื่อเศรษฐกิจชั้นนำของสหรัฐในรอบครึ่งแรกปีนี้เรียกได้ว่าเป็นมหาเศรษฐีหุ้น ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ด้วย....

ผลการจัดอันดับมหาเศรษฐีไทย 40 คนของนิตยสารฟอร์บส์ สื่อเศรษฐกิจชั้นนำของสหรัฐในรอบครึ่งแรกปีนี้เรียกได้ว่าเป็นมหาเศรษฐีหุ้น ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ด้วย....

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

ผลการจัดอันดับมหาเศรษฐีไทย 40 คนของนิตยสารฟอร์บส์ สื่อเศรษฐกิจชั้นนำของสหรัฐในรอบครึ่งแรกปีนี้เรียกได้ว่าเป็นมหาเศรษฐีหุ้น ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ด้วย เพราะมีความหมายเดียวกัน

ถ้าพิจารณาจากรายชื่อมหาเศรษฐีของฟอร์บส์ทั้ง 40 คน พบว่าเกินครึ่งหรือ 24 คน เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ที่ครึ่งปีแรกเศรษฐกิจประเทศแถบเอเชียฟื้นตัว ทำให้มูลค่าสินทรัพย์ทั้งในและนอกตลาดฟื้นตามไปด้วย

ดูง่ายๆ 5 อันดับแรกของเศรษฐีเหล่านี้ 3 ใน 5 ก็คือเศรษฐีหุ้น คือเศรษฐีอันดับ 1 “ธนินท์ เจียรวนนท์” เจ้าของกลุ่มซีพีที่มีบริษัทในตลาดหุ้นถึง 3 บริษัท คือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร และบริษัท ซีพี ออลล์ และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยเฉพาะบริษัทแรกราคาหุ้นที่เคยซื้อขายไม่ถึง 5 บาท ขึ้นมาถึง 20 บาท เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย. 2553

เศรษฐีอันดับ 3 “เจริญ สิริวัฒนภักดี” เจ้าของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ หรือที่รู้จักกันในชื่อเบียร์ช้าง ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์และกลุ่มทีซีซี กรุ๊ป ที่ขณะนี้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท โออิชิ กรุ๊ป บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ และบริษัท ยูนิเวนเจอร์ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย

มหาเศรษฐีไทยรวยหุ้น ทองมา/รุ่งโรจน์/ประทีป

เศรษฐีอันดับ 4 ครอบครัวจิราธิวัฒน์ ที่นอกจากเป็นเจ้าของกลุ่มเซ็นทรัลแล้ว ยังถือหุ้นใหญ่ในบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา และบริษัท โพสต์ พับลิชชิง ด้วย

สำหรับเศรษฐีไทยหรือเศรษฐีหุ้น 21 คนที่เหลือเป็นที่น่าสังเกตว่ามีเศรษฐีที่ติดอันดับต้นๆ เข้ามาใหม่ 3 คน คือ อันดับ 13 “คีรี กาญจนพาสน์” ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป ที่กลับมาเฟื่องฟูใหม่ในปีนี้เอง เพราะการนำบีทีเอสมารวมเข้าจดทะเบียน

อันดับ 16 “รุ่งโรจน์ แสงศาสตรา” ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค ที่รวยขึ้นมาแซงหน้าเศรษฐีหลายคน เพราะกระเบื้องเซรามิกมักจะมาแรงตามหลังอสังหาริมทรัพย์ที่นำเศรษฐกิจฟื้น

เช่นเดียวกับอันดับ 33 “ประทีป ตั้งมติธรรม” เจ้าของบริษัท ศุภาลัย บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางที่มาแรงตามคอนโดมิเนียม

เศรษฐีหุ้นที่เหลืออีก 18 คน เป็นคนที่เคยอยู่อันดับต้นๆ อยู่แล้วคือ อันดับ 6 “อโลค โลเฮีย” ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท อินโดรามาเวนเจอร์ส บริษัทปิโตรเคมีของอินเดียที่นำบริษัทในกลุ่มมารวมกันเพื่อให้มีขนาดใหญ่ให้มากที่สุด และต่อยอดเดินหน้าซื้อกิจการที่มีอยู่ทั่วโลกไปเรื่อยๆ

อันดับ 8 “ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์” ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท ที่บริษัทนี้เพิ่งกลายเป็นอสังหาริมทรัพย์เบอร์ 1 แทนแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ตั้งแต่สิ้นปี 2552

อันดับ 9 “วิชัย มาลีนนท์” ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท บีอีซีเวิลด์ หรือช่อง 3 อันดับ 16 “ประยุทธ มหากิจศิริ” เจ้าพ่อเนสกาแฟ แม้ว่าได้โอนหุ้นที่มีอยู่หลายบริษัท เช่น บริษัท ไทยน๊อคซ์ สเตนเลส ให้แก่ลูกชายและลูกสาวไปหมดแล้ว แต่ก็ยังมีทรัพย์สินอีกมาก

อันดับ 17 “อนันต์ อัศวโภคิน” แห่งแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่เคยเป็นเศรษฐีหุ้นอันดับ 1 ของนิตยสารในประเทศ แต่งานนี้ตกเป็นรอง “ทองมา” หลายอันดับ

อันดับ 18 “ไกรสร จันศิริ” ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟร์เซ่น โปรดักส์ ปีนี้หุ้นที่ถืออยู่เกือบ 10% เพิ่มมูลค่าเกือบเท่าตัว หลังเข้าไปซื้อกิจการต่างประเทศจึงขยายสินทรัพย์ออกไปมาก

อันดับ 19 “วิลเลียม อี. ไฮเนคกี้” เจ้าของบริษัท ไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล ที่มีกิจการโรงแรมและร้านอาหารทั้งในและนอกประเทศ และเป็นบริษัทแห่งเดียวในกลุ่มโรงแรมที่ยังมีกำไรให้เห็นในไตรมาส 2 ส่วนคู่แข่งย่ำแย่ตามเหตุการณ์|เผาบ้านเผาเมือง

อันดับที่ 22 คุณหญิงประภา และ “วิทย์ วิริยะประไพกิจ” พี่-น้องกลุ่มสหวิริยา ที่มีบริษัทจดทะเบียนสองแห่งคือ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี และบริษัท บางสะพานบาร์มิลล์ ราคาหุ้นดีขึ้นตามราคาเหล็ก

อันดับที่ 24 น.ส.นิชิต้า ซาห์ ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง อันดับที่ 25 “วรวิทย์ วีรบวรพงศ์” ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ อันดับ 26 “จำรูญ ชินธรรมมิตร” ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท น้ำตาลขอนแก่น อันดับ 27 นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (โรงพยาบาลกรุงเทพ) และบริษัท บางกอก แอร์เวย์ส อันดับ 29 “เปรมชัย กรรณสูต” ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท อิตาเลียน ไทย ดีเวล๊อปเมนต์

อันดับ 34 “วิโรจน์ ธนาลงกรณ์” เจ้าของบริษัท ซาบีน่า ชุดชั้นในที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2551 ที่ผ่านมา

อันดับ 37 “วิชา พูลวรลักษณ์” ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป อันดับ 38 “ปลิว ตรีวิศวเวทย์” ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท ช.การช่าง และอันดับ 40 “พงษ์ศักดิ์ วิทยากร” ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ

คงไม่ว่ากัน ถ้าจะขอยืมคำที่ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ทุกคนต้องพูดจำได้ว่า...ถ้าผู้ประกอบการรายใดต้องการเพิ่มความมั่งคั่ง...ตลาดหุ้นไทยยินดีต้อนรับ...

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน