
ฟื้น'อู่ตะเภา'ตั้งนิคมการบินรายได้หมื่นล.
ครม.เห็นชอบแผนพัฒนาอุตฯ การบิน หวังเกิดธุรกิจต่อเนื่อง ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ให้ประเทศปีละหมื่นล้าน
ครม.เห็นชอบแผนพัฒนาอุตฯ การบิน หวังเกิดธุรกิจต่อเนื่อง ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ให้ประเทศปีละหมื่นล้าน
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2560 ว่าได้เห็นชอบแผนพัฒนาอุตสาหกรรมการอากาศยาน เพื่อเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายสร้างรายได้ระดับสูงของประเทศไทย และสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมการบินจะอยู่ในพื้นที่สนามบินอู่ตะเภาและบริเวณใกล้เคียง เพื่อให้มีศักยภาพสนับสนุนธุรกิจอากาศยานในอนาคต
นอกจากนี้ จากการคำนวณผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับจะทำให้ประเทศไทยสามารถมีรายได้เพิ่มปีละประมาณ 1 หมื่นล้านบาท สามารถประหยัดเงินตราต่างประเทศในการซ่อมบำรุงอากาศยานได้ปีละ 6,500 ล้านบาท และสามารถจ้างงานเพิ่มได้อีก 7,615 ตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม สภาพอุตสาหกรรมอากาศยานในอนาคตในช่วง 20 ปี (2556-2578) มีการเปลี่ยนแปลงไป อย่างรวดเร็วจากเดิมที่คำสั่งซื้อ ส่วนมากมาจากทวีปอเมริกาเหนือ และยุโรปในทวีปเอเชียแปซิฟิก ดังนั้นตลาดอุตสาหกรรมอากาศยานใน เอเชียแปซิฟิกจึงมีโอกาสในการเติบโตอย่างมาก ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากสภาพเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้มีการขยายตัวดีขึ้นและสายการบินต้นทุนต่ำในภูมิภาคมีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดนอกจากนี้ จากการศึกษาพบว่ากิจกรรมที่มีความเหมาะสมในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบิน ได้แก่ กิจกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน (Maintenance, Repair and Over haul : MRO) กิจกรรมการผลิตชิ้นส่วนผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน (Orig inal Equip ment Manufacture : OEM) และกิจกรรมพัฒนาบุคลากรด้านการบิน (Human Resource : HR)
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือกับภาคเอกชนได้เริ่มดำเนินการตามแผนพัฒนาฯ ดังกล่าวมาแล้ว โดยกระทรวงคมนาคมได้ประชุมหารือร่วมกับกองทัพเรือ และบริษัท การบินไทย โดยการบินไทยจะเป็นผู้พัฒนาโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานในระยะแรก
ทั้งนี้ ศูนย์การซ่อมอากาศยานจะตั้งอยู่ในพื้นที่สนามบินอู่ตะเภาเนื่องจากอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมชายฝั่งภาคตะวันออก และมีเส้นทางเชื่อมต่อกับเส้นทางคมนาคม เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง (สายกรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (พัทยาระยอง) และเรือเฟอร์รี่ที่เชื่อมต่อชายฝั่งทะเลอ่าวไทยจึงสะดวกต่อการขนส่งชิ้นส่วนอุตสาหกรรมอากาศยานไปยังจุดหมาย ขณะที่ การบินไทยได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าวแล้วโดยได้กำหนดว่าจะมีการลงนามในสัญญาร่วมทุนได้ในเดือน พ.ค. 2561







