posttoday
บิ๊กบจ.พาเหรดรับกม.หลักทรัพย์ใหม่

บิ๊กบจ.พาเหรดรับกม.หลักทรัพย์ใหม่

06 กุมภาพันธ์ 2560

ภายหลังจากกฎหมายหลักทรัพย์ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2559 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมา สาระหลักของกฎหมายหลักทรัพย์ฉบับนี้เน้นในเรื่องของการเปิดเผยข้อมูล การได้รับข้อมูลที่เท่าเทียมกันของนักลงทุน สาระของกฎหมายใหม่ได้ปรับปรุงลักษณะการกระทำความผิดเกี่ยวกับการบอกกล่าว เผยแพร่หรือเปิดเผยข้อมูลที่เป็นเท็จหรือที่ทำให้สำคัญผิดให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งให้ครอบคลุมการกระทำของบุคคลใดๆ ที่อาจมีผลต่อราคาหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจลงทุน

ภายหลังจากกฎหมายหลักทรัพย์ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2559 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมา สาระหลักของกฎหมายหลักทรัพย์ฉบับนี้เน้นในเรื่องของการเปิดเผยข้อมูล การได้รับข้อมูลที่เท่าเทียมกันของนักลงทุน สาระของกฎหมายใหม่ได้ปรับปรุงลักษณะการกระทำความผิดเกี่ยวกับการบอกกล่าว เผยแพร่หรือเปิดเผยข้อมูลที่เป็นเท็จหรือที่ทำให้สำคัญผิดให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งให้ครอบคลุมการกระทำของบุคคลใดๆ ที่อาจมีผลต่อราคาหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจลงทุน

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดให้ใครก็ตามที่จะออกมาวิเคราะห์หรือคาดการณ์เกี่ยวกับข้อมูลใดๆ ของบริษัทจดทะเบียน จะต้องใช้ความระมัดระวังและรับผิดชอบต่อความเห็นของตน โดยกฎหมายใหม่กำหนดกรอบที่ชัดเจนว่า ก่อนที่บุคคลดังกล่าวจะทำการวิเคราะห์หรือคาดการณ์ จะต้องตรวจสอบว่าข้อมูลที่ตนได้รับมีความถูกต้องหรือน่าเชื่อถือเพียงใด รวมทั้งข้อมูลที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์หรือคาดการณ์จะต้องไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกบิดเบือนไปจากความเป็นจริง และต้องไม่ใช่ข้อมูลเท็จหรือข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ซึ่งอาจทำให้คนทั่วไปเกิดความเข้าใจผิดได้ และที่สำคัญข้อมูลที่จะนำไปใช้จะต้องเปิดเผยผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เปิดปีใหม่เป็นต้นมาเริ่มเห็นบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ (บจ.) ได้ยึดและดำเนินการตามกฎหมายใหม่ เช่น เมื่อจะมีการแถลงข่าวหรือเดินทางออกไปนำเสนอข้อมูลให้กับนักลงทุน (โรดโชว์) ก็จะมีการแจ้งหรือเปิดเผยข้อมูลมายังระบบตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเช่นกัน

ชัดเจนกรณีของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ที่ได้ร่วมออกไปนำเสนอข้อมูลในงาน SCG NDR in London with Citi Corp. ระหว่างวันที่ 2-4 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้เสนอให้นักลงทุน
ณ เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยได้นำข้อมูลทั้งหมดที่นำเสนอมาเปิดเผยเพื่อให้นักลงทุนได้รับทราบข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน

SCC นำเสนอข้อมูลใหม่ที่จะเดินเครื่องโรงงานซีเมนต์ในเมียนมาและลาวในไตรมาสแรกปีนี้ และมีแผนจะซื้อกิจการโรงงานซีเมนต์ในอาเซียนที่มีให้เลือกซื้อจำนวนมาก เพื่อให้บริษัทมีการเติบโตจากการผนึกกิจการ และจะลงทุนเพิ่มในธุรกิจปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ที่เวียดนามโดยใช้เงินลงทุนระยะ 5 ปี มูลค่าเงินลงทุน 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และปรับปรุงโรงปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ที่อินโดนีเซีย

ล่าสุด SCC มีหนี้สินสุทธิต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (อีบิตดา) 1.5 เท่า และคาดว่าปีนี้จะใช้เงินลงทุนทั้งหมด 6-7 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัท ออริจิ้น (ORI) นำเอกสารนำเสนอข้อมูลเชิงวิเคราะห์สำหรับเป้าหมาย แผนงาน และทิศทางในปี 2560 ของบริษัท เพื่อนำเสนอนักวิเคราะห์ ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.origin.co.th แต่วันที่ 31 ม.ค. 2560 ภายใต้หมวดนักลงทุนสัมพันธ์ หัวข้อ “กิจกรรมและเอกสารนำเสนอเพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการรับข้อมูลแก่ผู้ถือหุ้นต่อไป” ซึ่งข้อมูลหลัก เช่น บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2560 ไว้ที่ 6,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2559 ที่คาดจะมีรายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4,000 ล้านบาท โดยจะมาจากการทยอยส่งมอบโครงการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (งานในมือ) รองรับอยู่แล้วที่ 77% ของเป้าหมายรายได้ หรือประมาณ 4,600 ล้านบาท จากงานในมือรวมทั้งหมด 12,885 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ถึงปี 2562 ส่วนยอดขายในปี 2560 บริษัทตั้งไว้ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท เติบโต 20% จากปี 2559 ที่ทำได้ 10,844 ล้านบาท โดยมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 9 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท

เช่นเดียวกับธนาคารกรุงเทพ (BBL) ได้เผยแพร่ข้อมูล Investor Presentation ประจำปี 2559 บนเว็บไซต์ของธนาคารที่ www.bangkokbank.com ภายใต้หมวดนักลงทุนสัมพันธ์หัวข้อ Presentation

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร