
วิธีเก็บเงินตอนใกล้เกษียณ
ปัญหาอย่างหนึ่งในชีวิตมนุษย์เงินเดือน หรือแม้แต่คนทำงานหาเช้ากินค่ำก็คือเริ่มต้นการออมเงินเมื่อใกล้จะเกษียณ
โดย...โยโมทาโร่
ปัญหาอย่างหนึ่งในชีวิตมนุษย์เงินเดือน หรือแม้แต่คนทำงานหาเช้ากินค่ำก็คือเริ่มต้นการออมเงินเมื่อใกล้จะเกษียณ ถามว่าพวกเขาไม่ใส่ใจเรื่องเงินเก็บออมเมื่ออายุมากขึ้นหรือเปล่าคำตอบก็คงไม่ใช่ แต่เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาอาจจะต้องมีภาระรับผิดชอบทำงานดูแลครอบครัว ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ปรับปรุงบ้าน ส่งลูกเรียนหนังสือ ซึ่งล้วนแต่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก
สุดท้ายแล้วเมื่อภาระเหล่านี้หมดลงก็ถึงเวลาที่จะต้องหันมาเก็บเงินออมสำหรับการเกษียณอย่างจริงจังแต่นั่นก็เท่ากับว่าเวลาของพวกเขาที่จะเกษียณเหลืออีกไม่มากนักบางคน 3 ปี ดีหน่อยก็ 10 ปี แล้วเวลาที่เหลือเหล่านี้ควรออมเงินและลงทุนอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
1.ออมไม่พอต้องลงทุน
การออมไม่ได้เป็นหลักประกันรายได้หลังเกษียณ แต่การรู้จักลงทุนต่างหากที่สามารถหารายได้เพียงพอกับการเลี้ยงชีพหลังอายุ 60 ปี หากคุณมีเวลาอีก 5 ปีอย่างน้อยๆ ควรรู้จักการลงทุนในกองทุนต่างๆ ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าการฝากเงินกับธนาคาร และยังมีความเสี่ยงอยู่ในระดับกลาง แต่ภาพรวมของการลงทุนในกองทุนรวมนั้น ถือว่ามีอัตราให้ผลตอบแทนที่ดีอาจจะมีบางปีที่ให้ผลตอบแทนแย่ แต่เมื่อนำมาเฉลี่ยกันแล้วก็ถือว่าสูงกว่าดอกเบี้ยธนาคารอยู่ดี หากมีเวลาว่างก็ลองนำเงินบางส่วนเรียนรู้เรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นโดยเน้นหุ้นที่ให้ปันผลตอบแทนที่ดีเป็นหลัก
2.วางแผนสุขภาพ
เรื่องสุขภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ ผู้สูงอายุมากกว่า 80% มักเสียเงินไปกับค่ารักษาพยาบาลมากที่สุด ลองเช็กดูว่าคุณมีประกันสุขภาพอะไรอยู่บ้างในมือไม่ว่าจะเป็นประกันสังคมหรือบัตรทอง สองบัตรนี้ก็ถือว่าช่วยผ่อนแรงค่ารักษาพยาบาลไปได้มาก หากไม่เน้นว่าอยากจะรักษากับสถานพยาบาลเอกชน ต่อมาเราแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงประกันประเภทผู้สูงวัย ไม่ต้องตรวจ แต่เจอทีหลังจะไม่จ่ายเงินให้ ที่จริงแล้วประกันสุขภาพผู้สูงวัยที่ดียังพอมีอยู่บ้างเพียงแต่คุณจำเป็นต้องเดินทางไปตรวจสุขภาพขอใบรับรองแพทย์ประกอบการยื่นหลักฐานและถ่ายสำเนาเก็บไว้ส่วนหนึ่งเพื่อยืนยัน ก็จะได้รับสิทธิตามวงเงินประกันอย่างสมบูรณ์ แต่หลักประกันสุขภาพที่ดีที่สุดคือการออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
3.ยืดระยะเวลาการเกษียณออกไป
ถึงคราวจำเป็นมองเงินเก็บที่มีอยู่อย่างไรก็ไม่พอใช้อีก 30 ปีก็ถึงคราวจำเป็นที่จะต้องยืดระยะเวลาการทำงานออกไป ด้วยการหาอาชีพเสริมอื่นๆ ซึ่งส่วนมากจะเป็นอาชีพอิสระ เช่น อาจารย์พิเศษ รับงานฝีมือหรือทำงานพาร์ตไทม์ตามร้าน ขึ้นอยู่กับความสามารถที่มีอยู่ และจริตในการเลือกงานของแต่ละท่าน
4.กลับสู่วิถีชีวิตดั้งเดิม
ชีวิตที่ยึดติดกับเงินทำให้เราหลุดจากธรรมชาติของชีวิตอันแสนเรียบง่ายดังที่เคยเป็นในชนบท ลองลงทุนซื้อที่ดินเล็กๆ สักแปลง ปลูกบ้านเล็กๆ ที่ไม่ได้ใช้พลังงานมากมาย ปลูกผัก เลี้ยงไก่ไข่ ทำสวนเกษตรพอเพียง คุณจะพบว่าที่จริงแล้วต้นทุนชีวิตเราไม่ได้มีอะไรมากมายไปกว่าอาหาร 3 มื้อ ที่อยู่ ที่กิน และยารักษาโรค ค่าดำรงชีพในเมืองเฉลี่ยค่าอาหารอยู่ที่ประมาณ 2-3 บาท/วัน/คน แต่ชีวิตชนบทเฉลี่ยอยู่ที่ 100 บาท/วัน/ 5 คนเท่านั้น เพราะพืชผักแทบไม่ต้องซื้อหาเสียแค่ค่าแก๊ส 350 บาทต่อ 2 เดือน ค่าเนื้อ หมู ปลา และค่าเครื่องปรุงอีกเล็กๆ น้อยๆ เป็นต้นทุนอาหารต่อวันเท่านั้น แล้วถ้าคุณมีบ้านในเมืองอยู่แล้วจะทำอย่างไร ก็แค่ลงทุนปลูกสวนผักแนวดิ่งก็ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารต่อวัน ช่วยประหยัดเงินในชีวิตวัยเกษียณไปได้ไม่น้อย







