
คอนเสิร์ตกรุงเทพฯซบ
อีเวนต์บันเทิงปีนี้ยังน่าห่วง โดยเฉพาะคอนเสิร์ตในกรุงเทพฯ หลังสถานการณ์ยังไม่เอื้อให้จัดงาน
อีเวนต์บันเทิงปีนี้ยังน่าห่วง โดยเฉพาะคอนเสิร์ตในกรุงเทพฯ หลังสถานการณ์ยังไม่เอื้อให้จัดงาน
นายเกรียงไกร กาญจนะโภคินผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจเปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในปี 2560 นี้ยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมยังไม่เอื้อให้จัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งอีเวนต์ที่น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดน่าจะเป็นในส่วนของอีเวนต์บันเทิง แม้ว่าขณะนี้จะครบ 100 วันของการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้ว แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในด้านของการจัดงานที่ยังคงต้องอยู่ในความเหมาะสม โดยเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ
สำหรับธุรกิจอีเวนต์ที่น่าจะยังได้รับผลกระทบในปีนี้ คือ อีเวนต์บันเทิงอย่างเช่น การจัดคอนเสิร์ต เนื่องจากสินค้าต่างๆ ส่วนใหญ่ยังไม่กล้าที่จะออกมาใช้งบสนับสนุนการจัดงานในรูปแบบดังกล่าวมากนัก เพราะกลัวว่าจะกระทบต่อจิตใจและกระแสสังคม จะเห็นได้ว่าขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดกล้าที่จะจัดงานคอนเสิร์ตในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวคาดว่าภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในปีนี้ยังคงอยู่ในภาวะทรงตัวเหมือนปีที่ผ่านมา
“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวกลุ่มที่ทำงานเกี่ยวกับธุรกิจอีเวนต์บันเทิงอย่างศิลปินและนักดนตรี ถือเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด เนื่องจากงานคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ ปีนี้ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะมีการจัดขึ้นเหมือนปีที่ผ่านมา เพราะสถานการณ์ยังถูกขีดอยู่ภายใต้ความเหมาะสม ซึ่งจากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว บริษัทอีเวนต์ขนาดเล็กอาจจะต้องทำงานเหนื่อยมากขึ้น เพราะสายป่านไม่ยาวเหมือนบริษัทขนาดใหญ่” นายเกรียงไกร กล่าว
อย่างไรก็ดี แม้ว่าสถานการณ์ยังไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจอีเวนต์คอนเสิร์ตมากนัก และมีข้อจำกัดในด้านของพื้นที่โซนนิ่งการจัดงานอีเวนต์ แต่จากสถานการณ์ความโศกเศร้าที่เริ่มผ่อนคลายลงหลังครบ 100 วัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการเริ่มปรับตัว เห็นได้จากบางรายเริ่มมีการจัดงานคอนเสิร์ตในต่างจังหวัด เพื่อให้ธุรกิจเดินไปตามแผนงานที่วางไว้
นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า ในส่วนของบริษัทเองก็ได้ปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจเช่นกัน ด้วยการหันไปขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพื่อหารายได้เข้ามาเสริมรายได้ในประเทศที่หายไปจากงานอีเวนต์ที่ลดลง ซึ่งในส่วนของงานอีเวนต์ที่เข้าไปจัดในต่างประเทศก็จะมีทั้งในส่วนของงานคอนเสิร์ต งานแสดงแสงสีเสียง และงานเทรดแฟร์ เป็นต้น
ทั้งนี้ ล่าสุดได้เตรียมจัดงานฮอย อัน ไลท์ เฟสติวัล 2017 ซึ่งจะเป็นการเนรมิตเมืองฮอยอันให้เต็มไปด้วยสีสันแห่งความสนุก โดยบริษัทได้เซ็นสัญญากับสำนักงานวัฒนธรรมการกีฬา และการท่องเที่ยว จังหวัดกว่างนาม เมืองฮอยอัน ประเทศเวียดนาม และบริษัท เวียดนาม เซ็นเตอร์ ประเทศไทย เพื่อจัดงานดังกล่าว
“จากการที่บริษัทมีงานสเกลใหญ่จำนวน 5-6 งานหลักอยู่ในมือ ทำให้มีเม็ดเงินที่รอรับรู้รายได้อยู่ที่ 500 ล้านบาท โดยงานส่วนใหญ่มาจากทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ซึ่งคาดว่าสิ้นปี 2560 นี้จะมีรายได้เติบโต 10-15% สูงสุดในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมา” นายเกรียงไกร กล่าว







