posttoday
กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี

กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี

30 มกราคม 2560

ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องเอสเอ็มอีทั่วประเทศ รัฐบาลได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐด้วยเม็ดเงิน 2 หมื่นล้านบาท

โดย...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์

ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องเอสเอ็มอีทั่วประเทศ รัฐบาลได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐด้วยเม็ดเงิน 2 หมื่นล้านบาท สำเร็จเสร็จกิจเรียบร้อยแล้ว งบประมาณผ่านสภาฉลุย 3 วาระรวด ฉะนั้นในอีกไม่เกิน 2 เดือนข้างหน้าคงได้เห็นหน้าตาและเงื่อนไขรายละเอียดของกองทุนนี้อย่างแน่นอน

2 หมื่นล้านบาทมากมั้ย สำหรับเอสเอ็มอีที่มีอยู่เกือบ 3 ล้านราย ก็ต้องตอบว่าไม่มาก เงินก้อนนี้รัฐตั้งใจให้เป็นทุนประเดิมก้อนแรกและจะหาทางนำเงินจากทางอื่นมาเติมทุนให้กองใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จะว่าไปแล้วถ้าเทียบกับเงินกู้ซอฟต์โลนที่รัฐบาลจัดเต็มให้เอสเอ็มอีเมื่อต้นปีที่แล้วจำนวน 1.5 แสนล้านบาท ก็ต้องบอกว่าน้อยนิด วัดกันที่จำนวนเงินก็ถือว่าไม่ติดฝุ่น แต่ถ้าดูที่เงื่อนไขกติกาก็ต้องบอกว่ากองทุนนี้มีทีเด็ดกว่าเงินกู้ซอฟต์โลนหลายช่วงตัว ลูกเล่นแพรวพราวแยกจากกฎเกณฑ์การให้กู้เงินตามปกติ เช่น เรื่องระยะเวลาก็ปล่อยยาวนานกว่า เรื่องดอกเบี้ยก็ต่ำเตี้ยกว่า เรื่องหลักประกันไม่ต้องกังวล ไม่ต้องวิ่งหาหลักทรัพย์ให้เสียเวลาไม่ต้องวิ่งหา บสย.ให้เสียค่าธรรมเนียม งานนี้มีเฮจะจบในลักษณะหนี้คลีนโลน และถ้ารายไหนไม่เหมาะกับเงินกู้ก็มีทางเลือกเป็นเงินร่วมลงทุนแทน เงื่อนไขหลักเกณฑ์อะไรที่เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ที่นี่คือทางออกของการแก้ปัญหาชีวิตให้เอสเอ็มอีแบบเบ็ดเสร็จ

แต่ก็ไม่ใช่เอสเอ็มอีทุกรายจะได้ใช้บริการกองทุนนี้ กลุ่มเป้าหมายหลักที่เขาอยากปลุกปั้นคือเอสเอ็มอีรุ่นใหม่กลุ่มสตาร์ทอัพที่ใช้นวัตกรรมดีๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ ประมาณว่าเป็นเอสเอ็มอี 4.0 ที่มีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด กลุ่มนี้ถ้าจะใช้กฎเกณฑ์วิเคราะห์สินเชื่อแบบเดิมๆ ที่มุ่งเน้นดูเรื่องงบการเงินสวยๆ ดูผลประกอบการย้อนหลังดีๆ หาคนนั้นคนนี้มาค้ำประกัน สเปกแบบนี้ชาติหน้าก็กู้เงินไม่ได้ ดังนั้น รัฐบาลจึงดีไซน์ในรูปกองทุนเข้ามาช่วย โปรดเข้าใจตามนี้ สำหรับเงื่อนไขชัดๆ ก็รอดูการประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรมต่อไป

กองทุนนี้มีการกันเงินไว้บางส่วนเพื่อการพัฒนาช่วยเหลือต่อยอด ไม่ใช่มุ่งช่วยแต่เรื่องเงินอย่างเดียว ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง อัดฉีดเงินอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้เอสเอ็มอีอยู่รอดระยะยาวต้องช่วยเติมเต็มด้านการพัฒนาธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องคุณภาพสินค้า

ขณะนี้มีสินค้าเอสเอ็มอี โอท็อป ประชารัฐขายมากมายแต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจคุณภาพและมาตรฐานสินค้าแม้ว่าจะมีเครื่องหมาย อย. ยิ่งกระแสรักสุขภาพมาแรง คนกลัวตายจากอาหารไม่ปลอดภัย ของกินของใช้ไร้ความรับผิดชอบแอบแฝงปนเปื้อนสารพิษ สารเคมี เชื้อโรค และโลหะหนัก ซึ่งเป็นบ่อเกิดโรคร้ายเป็นแล้วตายลูกเดียว ทำให้สินค้าขาดความน่าเชื่อถือ แม้ว่าจะมีการพัฒนาด้านรูปแบบดีไซน์บรรจุภัณฑ์ดูดีแล้วก็ตาม ผมอยากเสนอให้มีการกันเงินกองทุนกองนี้เพียง 100-200 ล้านบาท เอาไว้เน้นพัฒนาด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้าปลอดภัยแบบจริงจัง ทำให้เอสเอ็มอีรุ่นใหม่ผลิตสินค้าปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสากล ของกินของใช้อะไรที่มีมาตรฐานสากลกำหนดไว้ต้องผลิตให้ได้ตามนั้น ทำตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ สินค้าจะเป็นที่น่าเชื่อถือและมีที่ยืนในตลาดอย่างยั่งยืน สินค้าใครมีผลตรวจแล็บที่เข้าเกณฑ์มาตรฐานสากลจึงจะเหมาะสมที่ได้เงินกองทุนนี้ไปทำมาหากิน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน