
น้อยๆ แต่งดงาม สไตล์ นันทิยา เหมอังกูร
นันทิยา เหมอังกูร ผู้บริหารสาวสวยอารมณ์ดีของบริษัท กูร์เมท์ วัน ฟู้ดส์ เซอร์วิส ผู้นำเข้าไวน์ ชีส เนื้อวัว แฮม ผัก ผลไม้ จากสหรัฐอเมริกาและยุโรป
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช
นันทิยา เหมอังกูร ผู้บริหารสาวสวยอารมณ์ดีของบริษัท กูร์เมท์ วัน ฟู้ดส์ เซอร์วิส ผู้นำเข้าไวน์ ชีส เนื้อวัว แฮม ผัก ผลไม้ จากสหรัฐอเมริกาและยุโรป ส่งให้กับร้านอาหารและโรงแรม เธอทำธุรกิจนี้มากว่า 10 ปี โดยร่วมทุนกับน้องสาวด้วยสองแรงแข็งขัน ผลแห่งความมุ่งมั่นทุ่มเทนั้นทำให้ธุรกิจของเธอเจริญก้าวหน้ามียอดขายปีละนับ 100 ล้านบาท และเธอจะจัดงานเชฟชาริตี้ทุกปีเพื่อหาเงินบริจาคให้กับมูลนิธิต่างๆ เป็นเวลาต่อเนื่องมากว่า 8 ปี
วันนี้เธอใจดียอมเปิดคอนโดมิเนียมกลางเมือง ซึ่งเธอเพิ่งเข้ามาอยู่ได้ไม่ถึง 3 ปี บนเนื้อที่ 310 ตารางเมตร ถือเป็นคอนโดมิเนียมแห่งที่สองของเธอ “ก่อนหน้านี้ก็อยู่คอนโดแถวนี้ แต่เล็กกว่านี้แค่ 200 ตารางเมตร พอที่นี่สร้างใหม่ก็มาซื้อไว้ แล้วปล่อยที่เก่าให้เช่าไป เราก็ย้ายมาอยู่ที่ใหม่ ตอนซื้อราคาก็พอประมาณรวมตกแต่งด้วยก็ 50 กว่าล้าน ซื้อได้ไม่ถึง 2 ปีราคาก็ขึ้นพรวดพราดจนน่าตกใจ ดีใจที่เรายอมตัดสินใจซื้อตอนนั้นดีใจที่คิดไม่ผิด” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
คอนโดมิเนียมของเธอ มี 4 ห้องนอน แบ่งเป็น 2 ห้องนอนใหญ่ และ 2 ห้องนอนเล็ก โดยเธอจัดใหม่ให้เหลือเพียง 2 ห้องนอน โดยเอาห้องนอนเล็ก 1 ห้องนอนมาทำเป็นห้องทำงาน และอีก 1 ห้องนอนเล็กมาทำห้องแต่งตัวเก็บเสื้อผ้า
การตกแต่งใช้โทนสีเทาอมควันบุหรี่ ครีม น้ำเงิน เน้นเรียบโก้ ไม่ให้ดูเป็นผู้หญิงมากจนเกินไป เธอบอกว่าตอนแรกจะใช้เป็นโทนสีขาวดำเลยด้วยซ้ำ แต่เกรงว่าจะแมนและแข็งเกินไป ก็เลยใช้โทนสีน้ำเงินเข้ามาตัด โดยใช้วอลเปเปอร์สีขาวครีมกับสีน้ำเงินสลับกัน “โดยเธอสั่งผ้าไหมมาจากประเทศเยอรมนี โดยไปเลือกเองที่ร้านผ้าแบบไปนั่งเลือกตัวอย่างผ้ากันเป็นวันๆ กว่าจะได้สีและเนื้อผ้าที่ถูกใจ โดยผ้าไหมที่เธอเลือกจะมีลายในเนื้อผ้าและมีความเนียนนุ่มมาก เวลาที่ลูบหรือสัมผัสจะรู้สึกนุ่มนวลมาก” เธอเล่าอย่างมีความสุข
นอกจากนี้ พื้นห้องเธอใช้ไม้สีน้ำตาลเข้ม เพื่อให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน ไม่ดูเป็นตึกแบบในเมืองมากจนเกินไป อีกทั้งข้อดีของพื้นไม้คือช่วยทำให้อุณหภูมิห้องเย็นยิ่งขึ้นและเสน่ห์ของพื้นไม้ก็คือยิ่งใช้จะยิ่งมันเงางามขึ้นดูสวยขึ้น โดยไม้ที่ใช้นำเข้าจากแอฟริกาจะมันเงาและมีน้ำหนักเบา และคอนโดที่นี่เพดานสูงถึง 3 เมตร ขณะที่แห่งอื่นจะสูงแค่ 2.5 เมตรเท่านั้น ทำให้ห้องดูโล่งและกว้างขึ้นอีก ชอบตรงนี้
การตกแต่งเน้นแบบทันสมัยเรียบโก้ โดยเธอให้อินทีเรียร์ดีไซน์วางระบบคร่าวๆ ให้ แล้วเธอลงรายละเอียดด้วยตัวเอง เลือกของเข้ามาตกแต่งด้วยตัวเองไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งต่างๆ โคมไฟ เก้าอี้ หมอนอิงต่างๆ
โดยเธอชอบบ้านที่โล่งๆ ไม่มีของจุกจิกมากเกินไป ไม่ชอบบ้านรกๆ ชอบให้บ้านสะอาดๆ ประเภทวางกรอบรูปตามมุมต่างๆ ของบ้าน หรือ ติดกรอบรูปมากมายไว้ที่ผนังแบบนั้นจะไม่ค่อยชอบ มันไม่ใช่สไตล์ของเธอ
นิยามของคำว่าบ้านของเธอนั้น ก็คือบ้านที่อยู่สบายๆ เป็นส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตหรูหรา ที่สำคัญต้องเป็นบ้านที่ไม่ใช่แค่ดูสวยแต่อยู่ไม่สบาย แบบนั้นผิด บ้านที่ดีต้องอยู่แล้วรู้สึกสบายเป็นตัวของตัวเอง มีฟังก์ชั่นการใช้งานครบถ้วนในสิ่งที่เราต้องการ แม้จะอยู่คอนโดแต่เราก็มีครัวใหญ่เพราะทำกับข้าวเองทุกวันเพราะแฟนไม่ชอบซื้ออาหารมาจากข้างนอก เธอจึงทำอาหารเองเกือบทุกวัน ทำแบบจริงจังด้วยไม่ใช่แค่อุ่นนะ แบบอบต้มทอดแบบนั้นเลย
“คือเราอยู่บ้านบ่อยเพราะทำงานที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ เข้าออฟฟิศแค่อาทิตย์ละวันเดียว ดังนั้นบ้านจึงมีความสำคัญมาก ไม่ใช่แค่กลับมาดึกๆ แล้วนอน คืออยู่เกือบตลอด 24 ชั่วโมง มุมที่ใช้บ่อยก็ตรงระเบียงนั่งทำงาน อ่านหนังสือ ดูหุ้น จิบกาแฟ เป็นมุมทำงานยามเช้าของเราเลย มีนกมาบินเล่นด้วยเพราะเราวางน้ำกับอาหารไว้ให้ก็เพลินๆ ดี มีเสียงนกร้องฟังสบายใจใกล้ชิดธรรมชาติ” เธอกล่าวทิ้งท้าย







