
ชูเศรษฐกิจดิจิทัลรับค้าทรัมป์
สภาธุรกิจสหรัฐ เผยการค้ามาเลเซีย-สหรัฐหลังจากนโยบายใหม่ทรัมป์ยังสดใส ภายใต้เศรษฐกิจดิจิทัล
สภาธุรกิจสหรัฐ เผยการค้ามาเลเซีย-สหรัฐหลังจากนโยบายใหม่ทรัมป์ยังสดใส ภายใต้เศรษฐกิจดิจิทัล
สำนักข่าวเดอะสตาร์ ระบุรายงานความก้าวหน้าของเออีซีเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัลและการเคลื่อนย้ายเสรีข้อมูล จัดโดยสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน และดีลอยท์ กล่าวถึงความมั่นใจการค้าระหว่างสหรัฐกับมาเลเซียจะยังเติบโตได้ ภายใต้การบริหารงานของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยวิเคราะห์จากสภาพแวดล้อมทางการค้าในแง่บวก
นายไมเคิล มิคาลัค รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการภูมิภาค เปิดเผยว่า แม้ว่าการบริหารงานของรัฐบาลใหม่สหรัฐจะไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) แต่ในความเป็นจริงมาเลเซียได้ดำเนินการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและเจรจาต่อรอง ทำให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจของมาเลเซียและสหรัฐเป็นบวกมากขึ้น
ทั้งนี้ ยังสะท้อนถึงการเห็นพ้องต่อแนวทางความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและมาเลเซีย ภายใต้การบริหารงานใหม่ของรัฐบาลทรัมป์ ดังนั้นการค้าทางเศรษฐกิจระหว่าง 2 ประเทศยังได้รับการสนับสนุน โดยไม่เห็นด้วยกับมุมมองที่ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ จะหันไปสู่นโยบายการกีดกันทางการค้า ท่ามกลางการชี้แจงว่าทุกอย่างสามารถเปิดให้เจรจาต่อรองได้
“นายทรัมป์ต้องการการเจรจา ซึ่งหมายถึงการให้และการรับ และเชื่อว่านายทรัมป์สามารถรักษาสมดุลของบทบาทการให้ได้ดีกว่า เมื่อเปรียบกับรัฐบาลก่อนหน้า โดยภาคเอกชนในสหรัฐและทั่วโลก ล้วนต้องการขยายตลาดไปในพื้นที่ทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีต่อธุรกิจ” นายมิคาลัค กล่าว
นอกจากนี้ รายงานยังมุ่งเน้นวิธีการใดที่ประเทศในอาเซียนสามารถก้าวหน้าได้ในเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านนโยบายการจัดการข้อมูลดิจิทัลสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ เสนอโดยนายจัสมิน เบกุม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดด้านกฎหมายองค์กร และประสานงานภาครัฐคนปัจจุบันของไมโครซอฟท์มาเลเซีย ระบุว่ามาเลเซียมีการวางตัวที่ดีในการคว้าโอกาสและความเหมาะสม สำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล ปัจจุบันเศรษฐกิจดิจิทัลมีส่วนแบ่งในจีดีพีประเทศราว 16.8% และคาดในปี 2563 จะขยับเป็น 20% ได้ไม่ยาก จากนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล







