
คลังลุ้นอันดับธุรกิจไทยดีขึ้น
รมว.คลังเชื่ออันดับทำธุรกิจไทยขยับแน่ หลังเวิลด์แบงก์จัดหนักติวเข้มให้ไทยก่อนสำรวจใหม่ พ.ค.นี้
รมว.คลังเชื่ออันดับทำธุรกิจไทยขยับแน่ หลังเวิลด์แบงก์จัดหนักติวเข้มให้ไทยก่อนสำรวจใหม่ พ.ค.นี้
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมการจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ (Doing Business) โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ในการประชุมได้เชิญตัวแทนธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) มาชี้แจงจุดที่ไทยต้องทำการปรับปรุงเพื่อให้การจัดอันดับการทำธุรกิจของไทยดีขึ้น ให้ทันการประเมินการจัดอันดับรอบใหม่ในเดือน พ.ค. 2560 ซึ่งมีเรื่องที่ต้องปรับปรุงหลายอย่าง ทั้งระยะสั้นที่สามารถทำได้ทันทีก่อนเดือน พ.ค. และเรื่องระยะยาว เช่น การแก้ไขกฎหมาย ที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจน
"การมีธนาคารโลกเข้ามาช่วยดูหลังจากที่ไทยปรับปรุงเงื่อนไขที่เป็นข้อจำกัดต่างๆ เองมา 1 ปี คิดว่าในปี 2560 น่าจะทำให้คะแนนจากการประเมินของเราดีขึ้นในการประเมินรอบใหม่ช่วงเดือน พ.ค.นี้ จากปัจจุบันอยู่ที่ 46 ซึ่งหากเราสามารถแก้ไขข้อจำกัดต่างๆ ได้เร็ว ไทยจะได้อันดับดีขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ" นายอภิศักดิ์ กล่าว
รมว.คลัง กล่าวว่า ธนาคารโลก ได้ตั้งข้อสังเกตหลายเรื่อง ตั้งแต่การเริ่มทำธุรกิจ เช่น การจดทะเบียนบริษัทเดิมที่มีข้อบังคับการทำงานให้กรมธุรกิจการค้า แต่ได้ออกระเบียบแก้ไขให้ไม่ต้องส่งแล้ว การขอให้ยกเลิกการใช้ตราบริษัทในการทำเอกสาร ขอให้ยกเลิกชำระเงินทุนจดทะเบียน 25% และค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะนำไปพิจารณา รวมถึงการส่งเอกสารที่ขอให้เปลี่ยนเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังเสนอให้แก้ไขการ จดทะเบียนที่ดินให้เชื่อมโยงข้อมูลกับกระทรวงพาณิชย์ จากเดิมที่ต้องจดในสำนักงานที่ดินในพื้นที่ และให้สามารถเปิดเผยข้อมูลที่ดินและผู้ถือครองที่ดินได้ ซึ่งเป็นหลักสากลที่กว่า 140 ประเทศบังคับใช้แล้ว รวมถึงให้มีการแจ้งอัตราค่าไฟฟ้าล่วงหน้าอย่างน้อย 1 รอบบิล การบันทึกข้อมูลในระบบของเครดิตบูโร เพิ่มจากเดิมที่เป็นธุรกรรมทางการเงิน เป็นข้อมูลสาธารณูปโภคและการค้าปลีก ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะรับไปพิจารณา
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ธนาคารโลกยังตั้งข้อสังเกตเรื่องขอลดเวลาการ อนุญาตให้ก่อสร้าง ที่เดิมเมื่อมีการก่อสร้างเสร็จจะตรวจสอบภายใน 30 วัน ขณะที่ต่างประเทศเหลือ 1-2 วัน การแก้ไขกระบวนการตรวจสอบระหว่างก่อสร้างจากเดิม 6 ขั้นตอน ปัจจุบันเหลือ 3 ขั้นตอน รวมทั้งข้อจำกัดในด้านการ ทำการค้า ที่เกี่ยวข้องกับกรมศุลกากรที่จะแล้วเสร็จก่อนเดือน พ.ค.นี้ และระบบการชำระภาษีที่ต้องการให้เปลี่ยนแปลงเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ซึ่งได้ยืนยันว่าอยู่ในแผนที่กระทรวงการคลังกำลังดำเนินการ







