
อนาคตของการอยู่ในภาวะเศรษฐกิจ VUCA (Volatility, Uncertainty, Complexity, Ambiguity)
ความผันผวน-ไม่แน่นอนคาดการณ์ คาดเดาได้ยาก-มีความซับซ้อน (ทำอย่างหนึ่งกระทบชิ่งอีกเรื่องหนึ่ง)-ไม่มีความชัดเจน (เวลาจะทำอะไรก็ลังเลว่าจะไปซ้ายหรือขวา บนหรือล่างเพราะโอกาสที่จะเกิดอะไรที่คิดไว้มันมีมากกว่าหนึ่งเสมอ) คำที่ท่านผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศไทยได้ให้เป็นข้อคิดข้างต้นว่าเรากำลังอยู่ในบริบทนี้ จากงานสัมมนาวิชาการหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้รับข้อมูลที่ดีมากจากนักวิชาการหนุ่มดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งยุคสมัย ทำงานแถวธนาคารย่านอโศก (รถติดมาก) จึงขอนำมาส่งต่อดังนี้ครับ
ความผันผวน-ไม่แน่นอนคาดการณ์ คาดเดาได้ยาก-มีความซับซ้อน (ทำอย่างหนึ่งกระทบชิ่งอีกเรื่องหนึ่ง)-ไม่มีความชัดเจน (เวลาจะทำอะไรก็ลังเลว่าจะไปซ้ายหรือขวา บนหรือล่างเพราะโอกาสที่จะเกิดอะไรที่คิดไว้มันมีมากกว่าหนึ่งเสมอ) คำที่ท่านผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศไทยได้ให้เป็นข้อคิดข้างต้นว่าเรากำลังอยู่ในบริบทนี้ จากงานสัมมนาวิชาการหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้รับข้อมูลที่ดีมากจากนักวิชาการหนุ่มดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งยุคสมัย ทำงานแถวธนาคารย่านอโศก (รถติดมาก) จึงขอนำมาส่งต่อดังนี้ครับ
(1) เศรษฐกิจไทยในเพลานี้ มองว่าความเสี่ยงจะมาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก แต่ไทยเรามีกันชนดีจากเสถียรภาพที่สูง บนสัดส่วนหนี้สินต่างประเทศที่ต่ำของภาครัฐและเอกชน (หนี้สินระยะสั้น/ระยะยาว คิดเป็น 33%/70% ของเงินสำรอง) และเงินบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุล 4.2 หมื่นล้านบาท ในปี 2559 และคาดว่ายังเกินดุลแต่น้อยลงที่ 2.5-2.7 หมื่นล้านบาท ในปีนี้ จากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นและการลงทุนที่ยังไม่ฟื้นตัว (ผู้เขียน:ประเด็นการลงทุนจากภาคเอกชนก็ยังต้องว่ากันต่อไปในปี 2560 นี้ว่าต้องดึงด้วยสิทธิประโยชน์อะไรอีก)
(2) ระบบการเงินและสถาบันการเงินไทยก็ถือว่ามีเสถียรภาพที่สูง บริหารความเสี่ยงเข้ม แม้ว่าหนี้เสียหรือ NPL ยังคงปรับตัวสูงขึ้น (ผู้เขียน:แบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ) นอกจากนี้เงินทุนสำรองที่จะมารองรับความเสียหายก็แข็งแกร่งและความสามารถในการทำกำไรที่ดี ดูได้จากผลประกอบการที่แจ้งในตลาดหลักทรัพย์ แต่ที่ต้องให้ความสนใจและติดตามมากๆ ในความเห็นของผู้เขียนคือสถาบันการเงินที่เรียกว่า สหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่ทั้งรับเงินฝากแล้วเอาไปปล่อยกู้ต่อหรือเอาไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้ ตราสารทุน จะมีบางที่บางแห่งหรือไม่ที่หมุนเงินกู้ระหว่างกันเอาไปลงทุนในหุ้นที่มีความเสี่ยงสูง ยังดีว่าเวลานี้ร่างกฎหมายที่จะมากำกับดูแลได้ผ่านคณะรัฐมนตรีและคงส่งต่อรอเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ สนช.อนุมัติเป็นกฎหมายต่อไป ก็หวังว่ากฎหมายใหม่ที่เน้นเรื่องธรรมาภิบาล การกำกับดูแล คุณสมบัติและมาตรฐานของกรรมการ ผู้บริหาร ตลอดจนการมีกองทุนรักษาเสถียรภาพแบบกองทุนประกันเงินฝากจะมาทันกับเวลา
กลับมาที่ข้อมูลที่ผู้เขียนได้รับต่อนะครับ เรื่องที่น่าห่วงคือจุดที่ท่านนักวิชาการคนเก่งแห่งทุ่งอโศกมองว่ายังมีความเปราะบางจะอยู่ในส่วนของ
ประเด็นที่ 1 ความเหลื่อมล้ำ บนการเติบโตของเศรษฐกิจที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกส่วน มีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างตลาดของกลุ่มผู้มีรายได้น้อย บนภาคการเกษตรที่มีปัญหาเชิงโครงสร้าง (ผลิตภาพต่ำ, อายุมากขึ้น) และภาระหนี้สินที่สูง ผู้เขียนคิดต่อไปว่า ถ้าคนๆ หนึ่งเกิดมาแล้วขาดสิทธิที่จะได้รับการดูแลที่ดีตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ถึงเชิงตะกอนแล้ว สังคมที่แตกต่างแบบนี้ย่อมไม่เพียงเกิดประเด็นทางเศรษฐกิจแต่มันจะลามไปถึงเรื่องทางการเมือง ดังที่เราติดกับดักมาเกือบสิบปี
ประเด็นที่ 2 ผลกระทบจากภาวะการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงแบบทำเป็นลืมเรื่องความเสี่ยง ทั้งที่ก็รู้นะว่ามันเสี่ยง (Search for Yield) ทำให้นักลงทุน(ผู้เขียน:หรือคิดว่าตัวเองมีวุฒิภาวะเป็นนักลงทุนที่มีเหตุผล) ประเมินความเสี่ยงต่ำไปในการลงทุน อาทิ การลงทุนในตั๋ว B/E การลงทุนในหุ้นของสหกรณ์ออมทรัพย์ (ผู้เขียน:ไปออกรายการโทรทัศน์ มีผู้คนทางบ้านบอกเอาเงินเกือบทั้งหมดไปลงทุนในหุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์สองแห่งเพื่อต้องการผลตอบแทน 6% ไม่มีหักภาษี) แต่ไม่ได้มองเป็นเรื่องของความเสี่ยงทั้งระบบที่เรียกว่า Systematic Risk จากการลงทุนในวงเฉพาะที่จำกัด (ผู้ลงทุนที่มีคุณสมบัติเท่านั้น) และประเมินอัตราการผิดนัดชำระหนี้ปัจจุบันที่ 0.4% ของตราสารทั้งหมดเท่านั้น
ในความเห็นของผู้เขียนนะครับ ภายใต้ภาวะ VUCA เราควรดำรงตนและบทบาทอย่างไร ผู้เขียนมีความเห็นใคร่ขอนำเสนอเพื่อการคิดก่อนตัดสินใจนำไปใช้ดังนี้ครับ
1.ไม่ทำตัวเป็นแก้วที่คว่ำในท่ามกลางสายฝนแห่งความรู้ที่กำลังเทลงมาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น การไม่ยอมรับหรือยอมเรียนภาษาอังกฤษให้ดี
2.กลับมาทานอาหารให้ครบห้าหมู่ชอบแต่ฟาสต์ฟู้ด กินน้ำเปล่าเยอะๆ ให้ครบ 8-10 แก้ว/วันตามวิชาสุขศึกษา ของ นพ.เสนอ อินทรสุขศรี ที่เราเคยเรียน เลิกซื้อกาแฟแพงๆ มาทานเพราะเปลืองและไม่มีอยู่ในตำราวิชาสุขศึกษา จะได้มีเงินเก็บเพิ่ม
3.จะไปไหนมาไหนให้ใช้เท้าเดินบ้าง ไม่ใช่ว่าระยะแค่สองสามร้อยเมตรต้องเอารถประจำตำแหน่งไปเพราะเหตุว่าฉันเป็นถึงผู้อำนวยการฝ่าย เป็น VP เป็น SVP ... จะเป็นเทวดากันไปหมดแล้วเวลานี้
4.จะทำอะไรให้ใช้หัวคิด คิดก่อนพูด พูดแล้วต้องทำ ทำหลังคิด อย่าสักแต่มีหัวเอาไว้ให้ผมขึ้น หรือมีหัวไว้คั่นหู
5.ไม่เป็นมนุษย์เผือกทั้งในโลกออนไลน์หรือในโลกความเป็นจริง ถ้าไม่รู้จริงอย่าพูด อย่าให้ความเห็น ฟัง คิด อ่าน เขียนให้ครบแล้วค่อยพูด สังคมจะได้สงบ อย่าแชร์ถ้าไม่ชัวร์ อย่ามั่วนิ่มอะไรอย่างนี้ว่า “...ก็ได้รับมาจากคนที่คิดว่าน่าเชื่อถือ...เลยอยากให้คนอื่นๆ ในห้องกลุ่มไลน์นี้ได้รู้บ้าง...ไม่เชื่อก็ไม่ต้องดูสิ...”
สุดท้าย การนำข้อมูลของผู้เขียนไปใช้ต่อมีความเสี่ยง ท่านที่อ่านต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการตัดสินใจ ใช้หลักธรรมนำชีวิตในทางสายกลางแบบชีวิตที่พอเพียง จึงจะพ้นภัยในยาม VUCA







