posttoday
มองโอกาสในเงินฝากธนาคารต่างประเทศ

มองโอกาสในเงินฝากธนาคารต่างประเทศ

20 มกราคม 2560

โดย...รัชต์ โสดสถิตย์

โดย...รัชต์ โสดสถิตย์

สวัสดีครับ หลังจากสหรัฐส่งท้ายปีที่ผ่านมาด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นักลงทุนหลายท่านก็ไถ่ถามกันเข้ามาถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในบ้านเรารวมถึงทางเลือกในการลงทุนด้วย

สำหรับทิศทางดอกเบี้ยไทย ผมมองว่าแม้อัตราเงินเฟ้อในประเทศจะเพิ่มขึ้น แต่ด้วยเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวได้ อย่างค่อยเป็นค่อยไป อาจส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง และหากเรามองไปที่ทิศทางการขยายตัวของสินเชื่อประกอบกันด้วยแล้ว ก็จะเห็นได้ว่าการขยายตัวของสินเชื่อยังมีแนวโน้มลดลง ทำให้เชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์จะทรงตัวต่อเนื่องเช่นกัน สรุปได้ว่าสภาวะดอกเบี้ยในบ้านเรายังคงอยู่ในระดับต่ำ

ทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ยังคงต้องการโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝากในประเทศ การลงทุนในกองทุนรวมที่มีการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดี ทั้งในไทยและต่างประเทศก็เป็นอีกช่องทางที่ไม่ควรมองข้าม เพราะตราสารหนี้ระยะสั้นและเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศหลายแห่งยังมีความดึงดูดใจในสภาวะดอกเบี้ยเช่นนี้

ยกตัวอย่างเช่น เงินฝากของธนาคารประเทศตุรกี ซึ่งถือว่ายังคงเป็นทางเลือกในการลงทุนที่จะเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจได้

นักลงทุนส่วนใหญ่ฟังชื่อตุรกีแล้วอาจรู้สึกไม่สบายใจนัก เนื่องจากในรอบปีที่ผ่านมามีข่าวที่สร้างความกังวลเกิดขึ้นมากมายทั้งวินาศกรรมจากการก่อการร้ายและข่าวรัฐประหาร แต่หากมองกันในแง่โอกาสในการลงทุนแล้ว เศรษฐกิจของตุรกียังมีแนวโน้มที่ดี โดยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2559 ขยายตัวที่ 3.2% และคาดการณ์จีดีพีในปีนี้ที่ 2.7 (ที่มา : บลูมเบิร์ก ณ วันที่ 18 ม.ค. 2560) หากเปรียบเทียบกับบ้านเราแล้ว ตุรกีมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าและรายได้ต่อหัวของประชากรสูงกว่าบ้านเราเกือบเท่าตัว ทั้งยังมีความได้เปรียบเชิงภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งเชื่อมต่อทั้งทวีปเอเชียและยุโรป ระดับหนี้ภาคครัวเรือนต่ำกว่าในบ้านเรา ในแง่เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ปีที่ผ่านมาการลงทุนจากต่างประเทศในตุรกีมีมูลค่าถึง 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงขึ้นจากเม็ดเงินลงทุนเพียง 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อปี 2553 ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนยังคงเชื่อมั่นอยู่ไม่น้อยทีเดียว

ภาคธนาคารพาณิชย์ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยธนาคารพาณิชย์ชั้นนำอันดับ 1-4 ของตุรกียังคงได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากมูดี้ส์ว่ายังมีแนวโน้มที่มีเสถียรภาพ และยังคงมีผลการดำเนินประกอบการที่ดี ซึ่งหากเทียบกับธนาคารพาณิชย์ไทยที่อยู่ในอันดับเท่าๆ กันแล้วจะเห็นว่ากำไรสุทธิโดยเฉลี่ยมีความน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย ที่สำคัญธนาคารพาณิชย์ในตุรกียังคงดำเนินธุรกิจการให้บริการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนด Basel III ด้วย

จริงๆ แล้วทางเลือกในกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น หรือเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ เช่นเดียวกันกับการลงทุนในเงินฝากธนาคารของตุรกีก็ไม่ใช่เรื่องใหม่เช่นกัน แต่ทั้งหมดนี้ ผมหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังเพื่อเน้นย้ำว่าโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจนั้นมีอยู่เสมอ และทางเลือกในการลงทุนปัจจุบันก็เอื้อให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงตราสารหรือเงินฝากในต่างประเทศได้ผ่านกองทุนรวม

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องไม่ลืมที่จะพิจารณาเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่สามารถรับได้ โอกาสรับผลตอบแทนที่คาดหวัง รวมถึงพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งหากกองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้แล้วก็จะช่วยให้ลดความกังวลจากความผันผวนของค่าเงินไปได้มาก รวมถึงอาจพิจารณาถึงสภาพคล่องที่ตนเองต้องการ ผู้ลงทุนบางท่านอาจไม่พร้อมที่จะล็อกโอกาสรับผลตอบแทนไว้โดยลงทุนกับกองทุนที่กำหนดระยะเวลาลงทุน แต่อาจแค่ต้องการพักเงินลงทุนแบบที่ยังคงได้โอกาสรับผลตอบแทนสูง ก็ควรเลือกลงทุนมีสภาพคล่องสูง ซื้อขายได้ทุกวันทำการ เป็นต้นครับ

ผู้ลงทุน “โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง” ก่อนตัดสินใจลงทุน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน