posttoday
เล็งเนรมิตเอเชียทีค2

เล็งเนรมิตเอเชียทีค2

20 มกราคม 2560

อคส.เตรียมนำคลังสินค้า 2 แห่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาปัดฝุ่นมาพัฒนาพื้นที่  จ้าง มธ.ศึกษาคลังธนบุรีเปิดลงทุนเอเชียทีค 2

อคส.เตรียมนำคลังสินค้า 2 แห่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาปัดฝุ่นมาพัฒนาพื้นที่  จ้าง มธ.ศึกษาคลังธนบุรีเปิดลงทุนเอเชียทีค 2

ร.ต.อ.สุธรรม เชื้อประกอบกิจ ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยถึงแผนการหารายได้เข้าองค์กรในปี 2560 ว่า ขณะนี้ อคส.ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) มาเป็นที่ปรึกษาในการจัดทำรูปแบบการพัฒนาพื้นที่คลังสินค้าธนบุรี 1 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและช็อปปิ้งแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ (เอเชียทีค 2) โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะไปศึกษาว่ารูปแบบการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว อคส.จะเป็นผู้ให้เอกชนเช่าทำพื้นที่พัฒนาดังกล่าว หรือจะเป็นการร่วมลงทุนและแบ่งสัดส่วนรายได้ระหว่างกัน คาดว่าจะสรุปผลกลับมาได้เร็วๆ นี้

นอกจากนี้ อคส.เตรียมนำคลังสินค้าราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นเดียวกันมาปรับปรุงใหม่ให้ทันสมัย จากเดิมที่มีการให้เช่าเก็บสินค้ายา ซึ่งได้รายได้ปีละ 40 ล้านบาทเท่านั้น แต่การปรับปรุงครั้งนี้จะทำให้ทันสมัยและสามารถเก็บสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าค่าเก็บสินค้าและทำให้ อคส.มีรายได้เพิ่มขึ้น

“ทั้งสองโครงการนี้ถือเป็นโครงการใหญ่ของ อคส. เพราะมีพื้นที่ใหญ่และมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและการเก็บสินค้าที่ใหญ่สุด และจะสามารถสร้างรายได้เข้าองค์กรให้เพิ่มอีกหลาย 10 เท่าตัว เพื่อให้ อคส.มีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ จากปัจจุบันที่ อคส.มีรายได้เข้าองค์กรเพียง 93-94 ล้านบาท แต่มีรายจ่ายถึง 300 ล้านบาท ขาดทุนประมาณ 200 ล้านบาท ดังนั้นต้องหารายได้ให้เพิ่มมากกว่ารายจ่ายและต้องมีกำไรด้วย เนื่องจาก อคส.ในยุคปัจจุบันไม่มีรายได้จากการเป็นเครื่องมือแทรกแซงสินค้าเกษตรให้กับรัฐบาลแล้ว จึงต้องปรับตัว”  ร.ต.อ.สุธรรม กล่าว

ร.ต.อ.สุธรรม กล่าวว่า นอกจากคลังสินค้าทั้งสองแห่งในกรุงเทพฯ อคส.จะนำคลังสินค้าที่อยู่ทั่วประเทศ เช่น จ.สระบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น และนครสวรรค์ มาปรับปรุง เบื้องต้นกำลังทำการศึกษาว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม จากเดิมให้เช่าพื้นที่เก็บพืชผลเกษตรและปุ๋ย บางแห่งได้ค่าเช่าปีละ 1.8-2.5 หมื่นบาทเท่านั้น ซึ่งการปรับปรุงก็จะทำเป็นการเปิดพื้นที่ให้จัดทำตลาดนัดเพื่อเก็บค่าเช่า อาจจะได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้นในบางแห่งเป็นปีละ 1-2 แสนบาท และจะศึกษาการลดรายจ่ายในพื้นที่ต่างจังหวัดควบคู่ไปด้วย

สำหรับแผนด้านการขายสินค้านั้น ปัจจุบัน อคส.ขายข้าวสารบรรจุถุงอยู่ในตลาด ซึ่งเร็วๆ นี้กำลังพิจารณาที่จะขายข้าวให้กับต่างประเทศด้วย หลังจากที่มีเอกชนจากจีนสนใจที่จะซื้อข้าวจากไทย โดยเข้ามาเจรจากับทาง อคส. โดยปริมาณข้าวที่ต้องการ 5 แสน-1 ล้านตัน และต้องการข้าวทุกชนิดทั้งข้าวเก่าและข้าวใหม่ รวมถึงข้าวจากสต๊อกรัฐบาล

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์  กล่าวถึงการหารือกับผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกที่ได้รับการพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อร่วมมือกันในการผลักดันนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้มีร้านธงฟ้าประชารัฐในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เบื้องต้นจะกระจายสินค้าในโครงการธงฟ้าประชารัฐไปยังร้านค้าปลีกดั้งเดิม (โชห่วย) ที่อยู่ในเครือข่ายกว่า 2 หมื่นแห่ง นำไปจำหน่ายให้กับประชาชนในพื้นที่  โดยสัปดาห์หน้ากระทรวงจะหารือกับผู้ผลิตสินค้าทุกค่ายทั้งรายใหญ่และรายเล็กว่าจะสามารถที่จะผลิตสินค้ารายการใดบ้าง เพื่อส่งให้กับเครือข่ายร้านค้าส่งค้าปลีกที่กระทรวงดูแลอยู่ โดยมีเงื่อนไขต้องเป็นแบรนด์เดียวกันกับที่ผู้ผลิตรายนั้นๆ ผลิตจำหน่ายอยู่แล้ว หรือผลิตขึ้นมาใหม่ และไม่มีวางจำหน่ายในห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด)

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน