
‘ดอกเบี้ยบ้านไม่ขึ้นเร็ว’
“อภินันท์ เกลียวปฏินนท์” ชี้ปล่อยกู้บ้านแบงก์ยังแข่งราคา ช่วยให้ดอกเบี้ยไม่สูงขึ้นมากคนกู้ได้ประโยชน์ดอกต่ำ
โดย...พรสวรรค์ นันทะ
“อภินันท์ เกลียวปฏินนท์” ชี้ปล่อยกู้บ้านแบงก์ยังแข่งราคา ช่วยให้ดอกเบี้ยไม่สูงขึ้นมากคนกู้ได้ประโยชน์ดอกต่ำ
การที่ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อบ้านของธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐจะยังไม่มีการขยับขึ้น ก็ถือได้ว่าเป็นข่าวดีของผู้ที่กำลังจะกู้ซื้อบ้านในช่วงนี้ จากการสำรวจดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ในช่วง 1-3 ปีแรก ก็ยังเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2.95-5.5% แถมค่าธรรมเนียมในการยื่นกู้ ค่าประเมินหลักประกันก็ยังไม่ได้ปรับขึ้น
แต่ในอนาคตทิศทางดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านจะเป็นเช่นไรนั้น เรื่องนี้ “อภินันท์ เกลียวปฏินนท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน กล่าวว่า ทิศทางดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านในปี 2560 ยังเป็นโอกาสของผู้ซื้ออยู่ เพราะดอกเบี้ยบ้านคงไม่ปรับขึ้นในเร็วๆ นี้ เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ยังแข่งขันด้านราคากันอยู่ ทุกที่ต้องให้ดอกเบี้ยที่ไม่สูงไปกว่าตลาดหรือต้องไม่สูงกว่าที่รายอื่นให้กับลูกค้า ไม่อย่างนั้นก็แข่งขันลำบาก ทำให้โอกาสยังน่าจะเป็นของผู้ซื้อ
“สินเชื่อรายย่อยของแบงก์พอร์ตยังไม่ใหญ่ แต่ก็มีผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย เช่น การขยายสินเชื่อบ้านก็ทำได้ดี การส่งต่อลูกค้าเอสเอ็มอี (รีเฟอร์เอสเอ็มอี) สินเชื่อที่ให้ธุรกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ก็ยังดี แบงก์ไม่ต้องการบู๊ตให้โตเกินกว่าสภาวะเศรษฐกิจ ถ้าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) โตที่ 3% สินเชื่อบ้านก็ไม่ควรโตเกิน 3-5%” อภินันท์ กล่าว
อภินันท์ ยังกล่าวต่อว่า ช่องทางการขยายสินเชื่อรายย่อยของธนาคารก่อนหน้านี้ไม่ได้มีช่องทางอื่น อย่างการทำการตลาดด้วยการเสนอขายสินเชื่อทางโทรศัพท์ (เทเลเซลส์) การเสนอขายลูกค้าโดยตรง (ไดเรกต์มาร์เก็ตติ้ง) เปิดบูธเสนอผลิตภัณฑ์ ฯลฯ อย่างที่หลายธนาคารทำ แต่ช่วงปีที่ผ่านมา การขยายฐานสินเชื่อรายย่อย รวมถึงสินเชื่อบ้านของธนาคารเริ่มจัดทีมงานมาทำในช่องทางเหล่านี้มากขึ้น ทำให้ฐานสินเชื่อที่เดิมเคยต่ำเพราะไม่ได้มุ่งทางนี้ เริ่มมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น ในปีนี้คาดว่าพอร์ตสินเชื่อบ้านจะโตได้เป็น 1 หมื่นล้านบาท ได้ภายในสิ้นปี จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ สินเชื่อบ้านของธนาคารมักเกิดที่ดีลเลอร์ ไม่ได้เกิดที่สาขาของธนาคาร เพราะสาขาธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่เอาไว้เป็นที่ระดมเงินทุน ให้ได้ต้นทุนเงินฝากที่ถูกที่สุดมากกว่า ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มของธนาคารทั่วโลก เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ได้เดินเข้าไปใช้บริการการเงินหรือทำธุรกรรมที่สาขาของธนาคารแล้ว ทำให้ใช้สาขาขยายสินเชื่อได้ไม่มากนัก
ทำให้ธนาคารหันมาใช้จุดแข็งขยายสินเชื่อบ้านผ่านทางพันธมิตร ซึ่งเป็นธุรกิจรายใหญ่ในภาคอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น เป็นการทำควบคู่กันไป ทั้งปล่อยกู้ซื้อบ้านให้รายย่อยโดยตรง (โพสต์ไฟแนนซ์ และปล่อยกู้โครงการ (พรีไฟแนนซ์) ซึ่งการเข้าไปแข่งขันในตลาดหรือไปหาลูกค้ามากู้บ้านให้ได้นั้น สิ่งสำคัญคือต้องแข่งราคาหรือกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับเดียวกับตลาดให้ได้ โดยเฉพาะในช่วง 1-3% ก่อนที่ปีต่อไปจะคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เพราะถ้าไม่อยู่ในระดับเดียวหรือใกล้เคียงกับตลาดก็แข่งไม่ได้ เพราะลูกค้าไม่ยึดติดที่แบรนด์ว่าต้องเป็นธนาคารพาณิชย์ใด แต่ลูกค้าจะดูอัตราดอกเบี้ยเปรียบเทียบเป็นหลัก
ส่วนการขยายธุรกิจของธนาคารที่หันมาทำสินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้นนั้น เพราะต้องการกระจายพอร์ตสินเชื่อรายย่อยไปในหลายๆ ประเภทมากขึ้น จากเดิมที่มีสินเชื่อเพื่อซื้อรถยนต์ (เช่าซื้อ) สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อเอสเอ็มอีอยู่แล้ว ซึ่งแนวโน้มสินเชื่อบ้านในปีนี้ยังเป็นประเภทสินเชื่อที่ยังทำกำไรให้ธนาคารได้







