
ภงด.91 สำหรับคนมีเงินเดือน
ในฐานะบุคคลธรรมดาที่มีรายได้จาก “การจ้างแรงงาน” เพียงอย่างเดียว หรือง่ายๆ ก็คือ “มนุษย์เงินเดือน” ที่มีรายได้เป็นเงินเดือน หรือรับค่าจ้างในฐานะลูกจ้างเพียงอย่างเดียว กฎหมายจัดให้เป็นเงินได้ประเภทที่ 1 ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ที่เรียกว่า ภ.ง.ด.91
ในฐานะบุคคลธรรมดาที่มีรายได้จาก “การจ้างแรงงาน” เพียงอย่างเดียว หรือง่ายๆ ก็คือ “มนุษย์เงินเดือน” ที่มีรายได้เป็นเงินเดือน หรือรับค่าจ้างในฐานะลูกจ้างเพียงอย่างเดียว กฎหมายจัดให้เป็นเงินได้ประเภทที่ 1 ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ที่เรียกว่า ภ.ง.ด.91
ชื่อเต็มๆ ของ ภ.ง.ด.91 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สําหรับผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ประเภทเดียว
และในเงินได้ประเภทที่ 1 แบบเต็มๆ คือ “เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน” ซึ่งหมายรวมไปถึง
- เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ
- เงินค่าเช่าบ้านที่ได้รับจากนายจ้าง
- เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้าน ซึ่งนายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า
- เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใดๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ
- เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ ที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน เช่น มูลค่าของการได้รับประทานอาหาร
คนที่มีเงินได้ประเภทนี้จะได้รับการกล่าวขานว่าเป็นคนที่เสียภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะทันทีที่มีรายได้ หรือเงินเดือนออกนายจ้างจะหักภาษีไว้ให้เรียบร้อย แถมยังช่วยยื่นแบบแสดงรายการภาษีให้ด้วย ดังนั้นมั่นใจได้ว่าไม่มีการหลบเลี่ยงภาษีให้สรรพากรปวดหัวแน่นอน
แต่ที่น่าน้อยใจ คือ กฎหมายกำหนดให้คนที่มีรายได้ประเภทที่ 1 หักค่าใช้จ่ายได้เป็นอัตราเหมาได้ 40% ของเงินได้ (เหมือนจะมาก) แต่ต้องไม่เกิน 6 หมื่นบาท
เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมีรายจ่ายจริงเดือนละเท่าไร ให้หักเป็นค่าใช้จ่ายได้เดือนละ 5,000 บาท เท่านั้น ซึ่งห่างไกลจากรายจ่ายจริงในยุคปัจจุบันเหลือเกิน
แต่จากนี้ไปไชโย! ได้เลย
เพราะคณะรัฐมนตรีมีมติให้ปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560 เป็นต้นไป โดยให้เพิ่มอัตราการหักค่าใช้จ่ายได้เป็น 50% ของเงินได้แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท
นอกจากนี้ ยังเพิ่ม “ค่าลดหย่อน” ให้อีก 4 รายการ ได้แก่
1.ค่าลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้ จากเดิม 3 หมื่นบาท เป็น 6 หมื่นบาท
2.ค่าลดหย่อนสำหรับคู่สมรสของผู้มีเงินได้ จากเดิม 3 หมื่นบาท เป็น 6 หมื่นบาท
3.ค่าลดหย่อนบุตรจากเดิมคนละ 1.5 หมื่นบาท และจำกัดจำนวนไม่เกิน 3 คน เป็นคนละ 3 หมื่นบาท โดยไม่จำกัดจำนวนบุตร และยกเลิกค่าลดหย่อนการศึกษาบุตร จากที่เคยให้หักลดหย่อนได้คนละ 2,000 บาท
4.ในกรณีที่คู่สมรสต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ ให้หักลดหย่อนรวมกันได้ไม่เกิน 1.2 แสนบาท
และยังปรับปรุงเกณฑ์เงินได้พึงประเมินขั้นต่ำ ที่ผู้มีเงินได้ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี โดยถ้าเป็นคนโสด จากที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี เมื่อมีเงินได้เกิน 5 หมื่นบาท เป็นต้องมีเงินได้เกิน 1 แสนบาท
แต่ถ้ามีคู่สมรสจากเดิมต้องยื่นแบบฯ เมื่อมีเงินได้รวมกันเกิน 1 แสนบาท เป็นต้องมีเงินได้รวมกันเกิน 2 แสนบาท
ถ้าดูจากการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่ได้เพิ่มแล้ว นับจากปีภาษี 2560 จะเสียภาษีลดลงแน่นอน ดังนั้นถ้าไม่มีค่าลดหย่อนอื่นเพิ่มเติม ให้บริษัทยื่นแบบฯ ให้ก็สะดวกดีและโดยมากบริษัทจะหักไว้ใกล้เคียงกับภาษีที่ตัองเสียจริง
แต่ถ้ามีรายการหักลดหย่อนอื่นๆ เพิ่มอีก เช่น เงินสมทบกองทุนประกันสังคม เงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และอื่นๆ อีกมากมาย ภาษีที่ลดอยู่แล้วก็จะลดลงไปได้อีก
ในกรณีนี้ อาจจะต้องมายื่นแบบฯ ด้วยตัวเอง (ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร โดยเฉพาะการยื่นแบบฯ ผ่านอินเทอร์เน็ต) แล้วก็รอรับเงินภาษีคืนได้ในเวลาไม่นาน
แต่ถ้ามีงานประจำและยังมีรายได้อื่นๆ ด้วย ต้องหันไปดู ภ.ง.ด.90







