
LHBANK กำไรพุ่ง สินเชื่อขยายตัวดี
LHBANK อวดกำไรปี 2559 พุ่ง 60% รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามสินเชื่อรายใหญ่ที่ขยายตัว ขณะที่หนี้เอ็นพีแอลลดลง
LHBANK อวดกำไรปี 2559 พุ่ง 60% รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามสินเชื่อรายใหญ่ที่ขยายตัว ขณะที่หนี้เอ็นพีแอลลดลง
นางศศิธร พงศธร กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHBANK) เปิดเผยว่า มีกำไรสุทธิงวดปี 2559 จำนวน 2,696.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีจำนวน 1,651.7 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 10.8% ตามการขยายตัวของสินเชื่อ ลูกค้าขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น 14.5% เมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นปีก่อนและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริหารเพิ่มขึ้น 46.1% เมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นปีก่อน
ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2559 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 1.41 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2558 ส่วนใหญ่เป็นเงินให้สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ คิดเป็น 60.8% รองลงมาเป็นเงินให้สินเชื่อเพื่อรายย่อย 22% และเงินให้สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 17.2% ของเงินให้สินเชื่อทั้งหมด และหากจำแนกตามประเภทเงินให้สินเชื่อ ส่วนใหญ่เป็นเงินให้สินเชื่อภาคการสาธารณูปโภคและบริการ 27% รองลงมาเป็นเงินให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย 20.6% และเงินสินเชื่อภาคอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมการผลิตและการพาณิชย์ 19.7% ของเงินให้สินเชื่อทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2559 มีสินเชื่อด้อยคุณภาพ (กรอส) จำนวน 2,765.9 ล้านบาท ลดลง 48.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2558 หรือ ลดลง 1.7% อัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม คิดเป็น 1.76% ของเงินให้สินเชื่อรวม สินเชื่อด้อยคุณภาพ (เน็ต) 2,188.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2558 อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (เน็ต) คิดเป็น 1.39% ของเงินให้สินเชื่อรวมหลังหักสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของสินเชื่อด้อยคุณภาพซึ่งธนาคารมีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 3,078.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 523.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2558 หรือเพิ่มขึ้น 20.5%
ขณะที่งวดไตรมาส 4 มีกำไรสุทธิ 624.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3 5.6% เมื่อเปรียบเทียบงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 460.6 ล้านบาท แต่ลดลง 10.6% จากไตรมาสก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 698.4 ล้านบาท
นอกจากนี้ ธนาคารยังมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระดับ 13.75% สูงกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 9.12% และมีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่อยู่ที่ 14.01%







