
นาโนไฟแนนซ์ให้กู้ 1.7 พันล.
ยอดปล่อยสินเชื่อรายย่อยแค่กทม.-ปริมณฑล คลังเผยมีผู้ประกอบการ 2 รายขอเลิก
ยอดปล่อยสินเชื่อรายย่อยแค่กทม.-ปริมณฑล คลังเผยมีผู้ประกอบการ 2 รายขอเลิก
คลังเผยนาโนไฟแนนซ์ถอดใจไปแล้ว 2 ราย เกรงปล่อยกู้ไม่คุ้มความเสี่ยง ล่าสุดยอดปล่อยกู้ 21 แห่ง รวมกว่า 1,700 ล้าน
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการเปิดให้บริการผ่านโครงการสินเชื่อรายย่อยเพื่อผู้ประกอบอาชีพ (นาโนไฟแนนซ์) ว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ทยอยพิจารณาออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการที่สนใจยื่นขออนุญาตไปแล้วรวม 29 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้ประกอบการที่เปิดให้บริการแล้ว 21 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการ 6 ราย และมีผู้ประกอบการที่ขอคืนใบอนุญาตแล้ว 2 ราย
ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากข้อกำหนดของการปล่อยสินเชื่อที่รัดกุม เช่น เป็นการให้สินเชื่อเพื่อนำไปประกอบอาชีพเท่านั้น เป็นการปล่อยกู้แบบไม่มีหลักประกัน ให้กู้ต่อรายไม่เกิน 1 แสนบาท คิดดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมต้องไม่เกิน 36% ต้องรายงานงบการเงิน ต้องเสียภาษีนิติบุคคล ส่งผลให้การทำธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้มีจำนวนผู้ประกอบการที่เปิดให้บริการแล้ว 21 ราย สามารถปล่อยให้สินเชื่อไปแล้ว 6.61 หมื่นราย คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 1,710.7 ล้านบาท อัตราเฉลี่ยวงเงินรายละ 1-2 หมื่นบาท ถือเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ที่มีอัตราเฉลี่ยรายละ 1 แสนบาท ประกอบกับผู้ประกอบการที่เปิดให้บริการส่วนใหญ่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก ทำให้การทำธุรกิจยังคงกระจุกตัว ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ
“คลังทยอยพิจารณาออกใบอนุญาต หาก 21 รายเปิดให้บริการหมดจะมีสาขาเพื่อเป็นช่องทางการให้บริการรวมทั้งสิ้นกว่า 2,758 แห่งทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนสามารถขอสินเชื่อ เพื่อใช้ประกอบอาชีพที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันได้เพิ่มขึ้น ถือเป็นช่องทางที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน ไม่ต้องไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ” แหล่งข่าวเปิดเผย
อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีการแอบอ้างให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง จะถือเป็นความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการรับฝากเงินจากประชาชนที่ไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-10 ปี และปรับตั้งแต่ 2 แสน-1 ล้านบาท
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการเข้ามายื่นเอกสารเพื่อขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อเพื่อประชาชนใช้บริโภคกรณีฉุกเฉิน (พิโกไฟแนนซ์) จากกระทรวงการคลังแล้ว 16 ราย โดยคาดว่าจะเริ่มปล่อยกู้ได้เดือน ก.พ.นี้







