
ชี้ช่องทางธุรกิจ จัดงานแต่งในมาเลย์
ประชากรของมาเลเซียส่วนใหญ่อายุเฉลี่ย 28 ปี และ 40% ของจำนวนประชากรของมาเลเซียอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 15-40 ปี
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ประชากรของมาเลเซียส่วนใหญ่อายุเฉลี่ย 28 ปี และ 40% ของจำนวนประชากรของมาเลเซียอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 15-40 ปี เป็นวัยที่มีโอกาสจะแต่งงานมีครอบครัว และในแต่ละปีมีคู่แต่งงานในมาเลเซียมากกว่า 2 แสนคู่ ขณะที่ธุรกิจสินค้าและบริการเกี่ยวกับงานแต่งงานในมาเลเซีย คาดว่ามีมูลค่ารวมประมาณ 7,000 ล้านริงกิต หรือประมาณ 6 หมื่นล้านบาท
จากข้อมูลที่ออกมานี้ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เห็นถึงศักยภาพตลาดจัดงานแต่งของมาเลเซีย ซึ่งเป็นโอกาสของธุรกิจจัดงานแต่งงาน (เวดดิ้ง แพลนเนอร์) ไทย ที่จะเข้าไปเจาะตลาด เนื่องจากเวดดิ้ง เพลนเนอร์ของไทยค่อนข้างได้รับการยอมรับในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน อีกทั้งยังมีประสบการณ์ในการจัดงานใหญ่ๆ และสามารถดำเนินการให้ได้ครบวงจรเป็นแพ็กเกจ ตั้งแต่การวางแผนจัดงาน ของชำร่วย การหาสถานที่ การถ่ายรูป รวมทั้งการหาสถานที่ฮันนีมูนได้
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยรู้และเข้าใจถึงวัฒนธรรมการจัดงานแต่งงานของชาวมาเลเซียนั้น สคร. กรุงกัวลาลัมเปอร์ จึงให้ข้อมูลเพิ่มในรายละเอียด เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจจัดงานแต่งงานของไทยสามารถตอบโจทย์ลูกค้าในตลาดมาเลเซียได้ถูกจุด
เริ่มจาก แหวน สำหรับชาวมุสลิม คือสิ่งสำคัญที่ใช้ในการเข้าพิธี เนื่องจากเป็นกฎข้อบังคับทางศาสนา ซึ่งอย่างน้อยต้องมีแหวนในการทำพิธี ซึ่งแหวนของเจ้าบ่าว-เจ้าสาวก็มีความต่างกัน โดยฝ่ายชายห้ามใส่เครื่องประดับที่เป็นทองคำ เพราะถือว่าเป็นของผู้หญิง ดังนั้นจึงใส่ได้แค่เงินและนาก โดยคนเมืองที่มีกำลังซื้อสูงจะนิยมไปหาซื้อแหวนจากห้างค้าเพชรทองชั้นนำต่างๆ ในห้างสรรพสินค้า ส่วนผู้ที่อยู่นอกเมืองมักจะซื้อจากร้านค้าปลีกเครื่องประดับทั่วไป หรือสั่งทำกับร้านที่รู้จัก
ขณะที่ การ์ดแต่งงาน สามารถสั่งทำจากแหล่งต่างๆ ทั้งร้านทำการ์ด สั่งทำตามร้านในเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม โดยราคาการ์ดต่ำสุดจะเฉลี่ยอยู่ที่ใบละ 4-5 บาท (ขึ้นอยู่กับชนิดกระดาษและความอลังการ) ส่วนของชำร่วยในงานแต่งงานของชาวมาเลเซียนั้น นิยมให้ของชำร่วยที่สามารถใช้งานได้จริง ซึ่งในงานใหญ่ๆ อาจจะให้ของชำร่วยมากกว่า 1 ชิ้นก็ได้
สำหรับ ช่างถ่ายภาพในงาน ชาวมาเลเซียนิยมจ้างช่างที่นับถือศาสนาเดียวกันมากกว่า เพราะจะได้เข้าใจคอนเซ็ปต์ของงาน ค่าจ้างช่างถ่ายภาพนิ่งจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1,500 ริงกิต/วัน ส่วนช่างถ่ายภาพเคลื่อนไหวขึ้นอยู่กับฝีมือช่างภาพ แต่เฉลี่ยจะเริ่มต้นที่ 3,000 ริงกิต/วัน
ขณะที่ ชุดแต่งงาน ของชาวมาเลเซียนั้น ปกติจะมี 2 ชุด สำหรับ 2 งาน คือ ชุดที่ใส่ในงานนิกะห์ (งานพิธีทางศาสนา) และชุดสำหรับงานวาลีมะห์ (งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส) โดยส่วนใหญ่นิยมสั่งตัดหรือไม่ก็ซื้อชุดสำเร็จมากกว่าการเช่าชุดจากร้านบูติก ส่วนการแต่งหน้านั้น นิยมจ้างช่างแต่งหน้าแยกต่างหาก มีทั้งจ้างช่างแต่งหน้าจากเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง ช่างแต่งหน้าในบล็อกเกอร์ดังๆ โดยค่าแต่งหน้าต่ำสุดจะเริ่มต้นที่ครั้งละ 100 ริงกิต
อย่างไรก็ดี ช่องทางการเจาะตลาดของผู้ประกอบการธุรกิจจัดงานแต่งงานไทยในมาเลเซียนั้นมีมากมาย โดยสามารถไปร่วมงานแสดงสินค้าและบริการเกี่ยวกับงานแต่งงานที่จัดขึ้ทุกปี หรือจะเจาะกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับงานแต่งโดยตรง
โดยรายชื่อธุรกิจและผู้ให้บริการในมาเลเซียส่วนใหญ่หาได้จากเว็บไซต์







