
ทล.ชงของบซ่อมถนนเจอน้ำท่วม3.3พันล้านบาท
กรมทางหลวงเสนอคมนาคมของบซ่อมถนนประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ 3.3พันล้านบาท อุทกภัยภาคใต้เหลือถนนที่วิ่งผ่านไม่ได้2แห่ง
กรมทางหลวงเสนอคมนาคมของบซ่อมถนนประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ 3.3พันล้านบาท อุทกภัยภาคใต้เหลือถนนที่วิ่งผ่านไม่ได้2แห่ง
นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า ได้เสนอกระทรวงคมนาคมเรื่องการของบเพิ่มเติมเพื่อซ่อมแซมถนนทางหลวงที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 3,300 ล้านบาท ปัจจุบันมีตัวเลขความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคใต้ระหว่างช่วง 1 กันยายน 2559 ถึง 12 มกราคม 2560 รวมทั้งสิ้น 423 สานทาง 1,568 แห่ง วงเงิน 3,661 ล้านบาท แบ่งเป็น ภาคเหนือ 17 จังหวัด พื้นที่ความเสียหายจำนวนทั้งสิ้น 123 สายทาง 301 แห่ง ระยะทาง 271.971 กิโลเมตร วงเงิน 941 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด จังหวัด พื้นที่ความเสียหายจำนวนทั้งสิ้น 85 สายทาง 174 แห่ง ระยะทาง 69.220 กิโลเมตร วงเงิน 732 ล้านบาท ภาคกลาง 15 จังหวัด จังหวัด พื้นที่ความเสียหายจำนวนทั้งสิ้น 67 สายทาง 215 แห่ง ระยะทาง 124.196 กิโลเมตร วงเงิน 394 ล้านบาท และสุดท้ายพื้นที่ภาคใต้มีความเสียหายมากที่สุดรวมทั้งสิ้น 18 จังหวัด พื้นที่ความเสียหายจำนวนทั้งสิ้น 148 สายทาง 878 แห่ง ระยะทาง 645.764 กิโลเมตร วงเงิน 1,593 ล้านบาท โดยเฉพาะช่วงระหว่างวันที่ 1-12 มกราคม มูลค่าอยู่ที่ราว 800 ล้านบาท
ขณะนี้กรมทางหลวงได้อนุมัติงบฉุกเฉินเพื่อปรับปรุงถนนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้แล้ว 150 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณฉุกเฉินอุทกภัยในภาคใต้ที่ได้รับอนุมัติปีละ 200 ล้านบาท ประกอบกับได้รับอนุมัติงบประมาณผูกพันข้ามปี 2557-2559 อีก 40 ล้านบาท เพื่อเร่งปรับปรุงและซ่อมแซมถนนทางหลวงในอำเภอบางสะพานและอำเภอทับสะแก
นายธานินทร์ กล่าวต่อว่า หากกระทรวงคมนาคมอนุมัติการเบิกจ่ายงบประมาณที่ขอไปดังกล่าว จะเร่งจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการออกแบบและจัดหาผู้รับเหมาเข้าดำเนินการในพื้นที่ความเสียหายโดยจะใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 4 เดือนในกระบวนการดังกล่าวก่อนเริ่มต้นก่อสร้างอย่างเป็นทางการ
รายงานข่าวจากกรมทางหลวงระบุว่า ขณะนี้มีสภาวะน้ำท่วมบนทางหลวงในกรมทางหลวง สรุปสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตรัง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวนทั้งสิ้น 3 สายทาง (จำนวนรวม 3 แห่ง การจราจรสามารถผ่านได้ 1 แห่ง ผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ดังนี้
1. จังหวัดตรัง (ผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ทางหลวงหมายเลข 419 ถนนวงแหวนรอบเมืองตรัง ในพื้นที่ อ.เมืองตรัง ที่กม.2 – กม.5 ระดับน้ำสูง 15 ซม. ปิดการจราจรให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 403 และ 4046 แทน
2. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ทางหลวงหมายเลข 3459 สามแยกบ้านกรูด – ปากคลองบ้านกรูด ในพื้นที่ อ.บางสะพาน ที่กม.9 – กม.11 โครงสร้างทางชำรุดให้ใช้ทางของกรมทางหลวงชนบทแทน
3. จังหวัดสุราษฎร์ธานี (ผ่านได้ 1 แห่ง) ทางหลวงหมายเลข 4110 บางรูป – พระแสง ในพื้นที่ อ.พระแสง ที่กม.86 – กม.88 ระดับน้ำสูง 10 ซม.
ด้านกรมทางหลวงชนบทเปิดเผยข้อมูลสายทางหลวงชนบทที่ประสบอุทกภัย จำนวน 123 สายทาง ใน 12 จังหวัด (นราธิวาส นธ., ปัตตานี ปน.,ยะลา ยล., พัทลุง พท., นครศรีธรรมราช นศ., ตรัง ตง., ชุมพร ชพ. สุราษฎร์ธานี สฎ.,กระบี่ กบ.,สงขลา สบ.,ระนอง รน.,ประจวบฯ ปข.)สัญจรผ่านได้ จำนวน 40 สายทาง สัญจรผ่านไม่ได้ จำนวน 20 สายทาง และเข้าสู่ภาวะปกติ จำนวน 63 สายทาง







