
จีนเดินหน้าสำรวจพื้นที่เชียงของเมษานี้
รองอธิบดีกรมเจ้าท่าด้านเศรษฐกิจ ยันจีนเดินหน้าสำรวจพื้นที่เชียงของเมษานี้ คาดแล้วเสร็จปลายปีก่อนชงเข้าครม.ปีหน้า
รองอธิบดีกรมเจ้าท่าด้านเศรษฐกิจ ยันจีนเดินหน้าสำรวจพื้นที่เชียงของเมษานี้ คาดแล้วเสร็จปลายปีก่อนชงเข้าครม.ปีหน้า
นายสมชาย สุมนัสขจรกุล รองอธิบดีกรมเจ้าท่าด้านเศรษฐกิจ เปิดถึงความคืบหน้าแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขงอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงรายเพื่อเชิงพาณิชย์ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 ว่า ล่าสุดได้ประชุมร่วมกับจีนเพื่อชี้แจงความชัดเจนในการเดินหน้าแผนดังกล่าวภายหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติจึงได้สั่งให้จีนจัดหาที่ปรึกษาเพื่อเร่งสำรวจแผนการขยายลำน้ำโขงเพื่อให้เรือบรรทุกสินค้าขนาด 500 ตันแล่นผ่านได้ในพื้นที่ประเทศไทย-ประเทศลาวเนื่องจากเป็นพื้นที่สุดท้ายที่ยังไม่ได้สำรวจจากทั้งหมด 6 ประเทศ ซึ่งทางจีนคาดว่าจะสามารถจัดหาที่ปรึกษาเพื่อศึกษาและสำรวจพื้นที่ได้ในช่วงปลายเดือนมกราคมและเริ่มลงพื้นที่สำรวจและศึกษาในเขตแดนของไทยช่วงเดือนเมษายนก่อนกระบวนการศึกษาจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนพฤศจิกายน จากนั้นจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแผนขยายลุ่มน้ำโขงในเส้นทางดังกล่าวในปี 2561
นาย สมชายกล่าวถึงกรณีที่ชาวบ้านออกมาคัดค้านเรื่องแผนขยายลุ่มน้ำโขงดังกล่าวจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมว่า ทางรัฐบาลไทยคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศเป็นสำคัญจึงได้ระบุในเงื่อนไขและข้อปฏิบัติการสำรวจโดยเน้นการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่ไทยและประชาชน โดยจะจัดเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) อย่าง ละ 1 คนเข้าร่วมสำรวจพื้นที่และชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้าน นอกจากนี้การศึกษาดังกล่าวยังมีขั้นตอนของเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และประเมินผลกระทบทางสังคม (SIA) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานตามที่ประเทศไทยกำหนดเท่านั้นเพื่อให้สอดรับกับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังในเงื่อนไขและข้อตกลงยังได้ระบุอีกว่าการศึกษาดังกล่าวต้องไม่กระทบกับเขตแดนของประเทศไทยและลาว หากรัฐบาลไทยตรวจสอบพบว่ากระทบกับความมั่นคงก็มีสิทธ์ที่จะยับยั้งและล้มเลิกแผนดังกล่าวได้ทันที
“ไม่อยากให้ชาวบ้านในพื้นที่กังวลเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมเนื่องจากการขยายลุ่มน้ำสามารถทำได้หลายช่องทางทั้งปรับปรุงและขุดขยาย มิใช่เพียงการระเบิดเกาะแก่งเพียงอย่างเดียว อีกทั้งผลการศึกษาดังกล่าวยังต้องนำกลับไปเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง หากพบว่าแผนพัฒนาดังกล่าวมีผลกระทบต่อชาวบ้านและสิ่งแวดล้อมมากเกินไปโครงการดังกล่าวก็คงไม่ถูกอนุมัติแน่นอน” นายสมชายกล่าว
ภาพประกอบข่าว







