
รัฐตั้งบอร์ดปลดล็อก'อีอีซี'
"บิ๊กตู่" หวังสร้างความต่อเนื่องเร่งปลดล็อกอุปสรรคแต่ละด้านรอกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออกใช้บังคับ
"บิ๊กตู่" หวังสร้างความต่อเนื่องเร่งปลดล็อกอุปสรรคแต่ละด้านรอกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออกใช้บังคับ
นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ปยป.) เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อทำหน้าที่ชั่วคราวระหว่างรอการออก พ.ร.บ.พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ที่ขณะนี้อยู่ในขั้นการตรวจแก้ไขของกฤษฎีกา ซึ่งคาดว่าจะตรวจแก้เสร็จภายในเดือนนี้และเสนอต่อ สนช.ต่อไป
ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ส่วนคณะกรรมการนั้นจะประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่สามารถเดินหน้าจัดทำรายละเอียดที่สำคัญ เช่น กำหนดพื้นที่ให้แต่ละประเภทของอุตสาหกรรม กำหนดสิทธิประโยชน์พิเศษ การวางระบบขนส่งให้เชื่อมโยงในอีอีซี เพื่อให้อย่างน้อยมีแผนผังว่าในอีอีซีมีอะไรบ้าง และเมื่อกฎหมายคลอดออกมาจะมีกลไกถาวรมาขับเคลื่อนต่อไป
นอกจากนี้ ระหว่างการดำเนินการนั้น หากพบว่ามีประเด็นปัญหาไหนที่เป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนก็จะได้เสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ คือ ปยป.พิจารณาปลดล็อกให้ต่อไป
สำหรับประเด็นปัญหานั้นก็จะมาจากคณะกรรมการชุดเล็กอีกชุดหนึ่ง เรียกว่าคณะกรรมการบริหารและพัฒนาพื้นที่อีอีซี ทำหน้าที่รายงานตรงให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณา ซึ่งชุดนี้จะมีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมเป็นคณะทำงาน ซึ่งเอกชนนั้นจะมี นายกานต์ ตระกูลฮุน ประธานคณะทำงานด้านการลงทุนในอีอีซี นายคณิต แสงสุพรรณ ประธานคณะทำงานส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน กระทรวงการคลัง นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล และมี ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นเลขานุการ
"ที่มีตั้งคณะกรรมการชั่วคราวไปก่อนนี้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีต้องการให้มีการทำงานคู่ขนานระหว่างการรอกฎหมาย และหากมีส่วนใดที่พบว่ามีปัญหาในการขับเคลื่อนก็สามารถเสนอแนวทางให้ ปยป. พิจารณาปลดล็อกให้ขับเคลื่อนได้รวดเร็ว" นายอุตตม กล่าว
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า ที่ผ่านมามีเอกชนขอรับส่งเสริมฯ เพื่อลงทุนในอีอีซี 4 หมื่นล้านบาท และล่าสุดกฎหมายการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ผ่านความเห็นชอบของ สนช.แล้ว จะสามารถตั้งกองทุนวงเงิน 1 หมื่นล้านบาทได้
นายกานต์ ตระกูลฮุน ประธาน คณะทำงานด้านการลงทุนในอีอีซี กล่าวว่า การทำให้โครงการอีอีซีสำเร็จจะต้องดำเนินการ 5 ด้านหลัก ประกอบด้วย 1.โครงการสนามบินอู่ตะเภา 2.ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 3.รถไฟความเร็วสูง จะเชื่อมโยงจากกรุงเทพฯ ถึงระยอง โดยจะต้องเชื่อมโยงสนามบิน 3 แห่ง คือ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา 4.อุตสาหกรรมไฮเทค และ 5.การพัฒนาเมืองใหม่ทั้งฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง







