
คลังตั้งกฎเหล็กคุมสหกรณ์
สั่งเพิ่มกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง พร้อมสำรองหนี้เสียเพิ่ม หวังเรียกความเชื่อมั่น
สั่งเพิ่มกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง พร้อมสำรองหนี้เสียเพิ่ม หวังเรียกความเชื่อมั่น
คลังเตรียมเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.สหกรณ์ เน้นกำกับความเสี่ยงและธรรมาภิบาลให้ ครม.เห็นชอบ
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเพิ่มเติมในเรื่องการกำกับดูแลด้านความเสี่ยง และการกำกับดูแลด้านธรรมาภิบาลให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาเห็นชอบเร็วๆ นี้ หลังสหกรณ์ออมทรัพย์คัดค้านไม่ขออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการเสริมแก้ พ.ร.บ.สหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เพื่อให้หน่วยงานทำหน้าที่ในการกำกับดูแลด้านความเสี่ยง คล้ายกับสถาบันการเงิน แต่อาจไม่มีเข้มงวดเหมือนสถาบันการเงิน
ทั้งนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนจะต้องมีการดำรงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง หรือบีไอเอส แต่ไม่จำเป็นต้องมีมากถึง 8.5% เท่ากับธนาคารพาณิชย์ และต้องมีการตั้งสำรองกรณีที่ปล่อยกู้แล้วเกิดเป็นหนี้เสียเกิดขึ้น แต่เกณฑ์การตั้งสำรองอาจไม่ต้องเข้มงวดเท่ากับสถาบันการเงิน
ขณะที่การกำกับดูแลด้านธรรมาภิบาลการบริหารจัดการ จะต้องมีการกำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการ ผู้บริหารสหกรณ์ ต้องมีการตรวจสอบและรับรองคุณสมบัติจากหน่วยงานเหมือนผู้บริหารสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วย
นอกจากนี้ เกณฑ์ที่ให้กำกับสหกรณ์จะต้องแบ่งความเข้มงวดกันไปตามลำดับ ซึ่งจะแยกกันระหว่างสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ก็ต้องไปพิจารณาหาเกณฑ์กำกับตามระดับชั้น
“เมื่อไม่ให้กระทรวงการคลังเข้าไปกำกับสหกรณ์ แต่ทางรัฐบาลต้องการให้มีเกณฑ์คุมความเสี่ยง ดังนั้น รมว.คลัง จึงสั่งให้นำเอาเกณฑ์การกำกับสถาบันการเงินของ ธปท.มากาง แล้วเอามาประยุกต์ใช้กับสหกรณ์ แต่ต้องมาทำให้ยืดหยุ่นกว่า และต้องแบ่งกันระหว่างสหกรณ์ขนาดใหญ่ กลาง เล็ก จะต้องมีระดับการควบคุมที่แตกต่างกัน” นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวต่อว่า การกำกับดูแลความเสี่ยงสหกรณ์ ถือเป็นอีกแนวทางสำคัญในการดำเนินการตามยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของรัฐบาล ที่ต้องเร่งปิดความเสี่ยงทางด้านการคลัง เนื่องจากสหกรณ์ทั้งระบบมีเงินถึง 1.4 ล้านล้านบาท จึงต้องมีเกณฑ์กำกับด้านการเงินและการบริหารที่ได้มาตรฐานมากขึ้น หากทำไม่ได้ในรัฐบาลนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จในรัฐบาลต่อไปหรือไม่







