
ชี้จุดเปลี่ยนธุรกิจอสังหาฯ เร่งปรับตัวรับสภาพแวดล้อมใหม่
ในปี 2560 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ด้วยองค์ประกอบ สภาพแวดล้อมในธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติที่จะส่งผลต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การทำตลาด รวมไปถึงการอยู่อาศัยของผู้บริโภค
ในปี 2560 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ด้วยองค์ประกอบ สภาพแวดล้อมในธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติที่จะส่งผลต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การทำตลาด รวมไปถึงการอยู่อาศัยของผู้บริโภค
หากมองในภาพกว้างการลงทุนของรัฐในโครงการรถไฟฟ้าอีกหลายเส้นทางจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแง่ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อราคาที่ดินในทั่วทุกบริเวณซึ่งราคาจะปรับขึ้นมาก-น้อยตามศักยภาพของแต่ละทำเลและความต้องการของตลาด
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่เอื้ออำนวย กำลังซื้อในตลาดกลาง-ล่างถูกจำกัดลงด้วยความเข้มงวดของสถาบันการเงิน เหลือแต่ตลาดระดับบนที่เป็นความหวังของผู้ประกอบการหลายบริษัทจึงเบนเข็มสู่ตลาดบนทั้งกำลังซื้อของคนไทยและต่างชาติ
ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจพรีเมียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยว่า ปี 2560 ถือเป็นปีที่มีการปรับโครงสร้างทางธุรกิจของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากภาพรวมของเศรษฐกิจนั้นยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ตลาดระดับกลาง-ล่างได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเรื่องการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน จึงทำให้ผู้ประกอบการไปมุ่งตลาดระดับกลาง-บนมากขึ้น
“ปีนี้จะเห็นภาพของความร่วมมือทางธุรกิจ (Collaboration) กันระหว่างผู้ประกอบการอสังหาฯ กับนักออกชื่อดังระดับโลก รวมไปถึงการนำเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังมาใช้ในการตกแต่ง เนื่องจากผู้ประกอบการต้องการสร้างความแตกต่างของสินค้า ทำอย่างไรก็ได้ให้กลุ่มระดับกลาง-บนนั้นเลือกซื้อสินค้าของตนเอง ท่ามกลางสภาวะตลาดที่แข่งขันกันอย่างรุนแรง” ประเสริฐ ให้ความเห็น
ในปี 2560 คอนโดระดับราคา 2.5-3 แสนบาท/ตารางเมตรนั้น จะแข่งขันกันดุเดือด เห็นได้ชัดในทำเลทองหล่อ ที่หลายบริษัทชิงเปิดตัวโครงการ เพื่อจับตลาดระดับบน เนื่องจากในช่วงปลายปีที่ผ่านมาได้ชะลอเปิดโครงการใหม่และเริ่มทำการตลาดกันตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้
ขณะเดียวกันผู้ประกอบการหลายรายพยายามสร้างรายได้จากธุรกิจที่สร้างรายได้ระยะยาวเช่นในปีนี้จะเริ่มเห็นการลงทุนธุรกิจใหม่ที่นอกเหนือจากอสังหาฯ เพื่อการขายของบริษัท เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้การพึ่งรายได้จากการขายอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป โครงสร้างของบริษัทต้องยืดหยุ่นและปรับตัวได้รวดเร็ว
“ทุกธุรกิจต่างต้องปรับตัว เพราะมีความท้าทายเข้ามารุนแรงอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดในเวลานี้ มีปัจจัยเสี่ยงเรื่องดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นจะยิ่งกระทบกำลังซื้อ โดยเฉพาะในระดับกลาง-ล่าง” ประเสริฐ ทิ้งท้าย
นอกจากความร่วมมือทางธุรกิจของผู้ประกอบการรายใหญ่กับแบรนด์ดัง เพื่อแข่งขันกันในตลาดคอนโดมิเนียมในระดับบนแล้ว ในกลุ่มผู้ประกอบการระดับกลางก็มีแนวโน้มที่เกิดความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงเช่นกัน
“ผู้ประกอบการขนาดกลางบางรายเริ่มปรับตัวลดการพัฒนาโครงการใหม่ลง หันมาเน้นการพัฒนาคุณภาพสินค้า และการก่อสร้างให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ จะได้เห็นบริษัทขนาดกลางมีการรวมทุนกับต่างชาติ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งทางด้านการเงินและการลงทุน และนำเอาเทคโนโลยีมาพัฒนาโครงการให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มทุนจากญี่ปุ่นและจีนที่มีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก” นลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง ให้ความเห็น
ขณะเดียวกัน การพลิกโฉมประเทศเข้าสู่ยุค 4.0 ทำให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับธุรกิจอสังหาฯ และการก่อสร้างมากยิ่งขึ้น ในปีนี้จะได้เห็นการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการออกแบบ การบริหารจัดการการก่อสร้าง เพื่อคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาโปรดักต์ให้ตรงกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะในเรื่องของดีไซน์สเปซ และมัลติฟังก์ชั่น เนื่องจากที่ดินมีราคาแพงมากขึ้น
นอกจากนี้ กระแสดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของผู้บริโภคจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำตลาดในธุรกิจอสังหาฯ ที่เด่นชัดยิ่งขึ้น และลงลึกไปถึงการใช้ Big Data Analytics เจาะไปถึงตัวลูกค้าที่ทุกวันนี้มีเซ็กเมนต์ที่แยกย่อยลงไปมากกว่าเดิม
“เรื่องของดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นใน 2 ส่วน คือ ส่วนของผู้ประกอบการจะหันมาใช้การทำตลาดผ่านออนไลน์ โซเชียลมีเดียที่เข้มข้นขึ้น และส่วนผู้บริโภคที่บ้านจะเปลี่ยนมาเป็นโฮมออโตเมชั่นมากขึ้น” เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ กล่าว
ขณะที่ ไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มองว่า โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วการทำตลาดอสังหาฯ ต้องสอดคล้องกับยุค โดยมีการนำระบบออนไลน์และโซเชียลมีเดีย เข้ามาใช้งานมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายมากขึ้นด้วย เพราะหากพัฒนาโครงการได้ไม่ดีปัญหาร้องเรียนก็จะมีมากขึ้น แต่ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีที่จะทราบถึงความต้องการของผู้บริโภคที่รวดเร็ว
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว การปรับตัวได้อย่างทันท่วงทีถือเป็นความท้าทายของธุรกิจอสังหาฯ ณ เวลานี้







