posttoday
นโยบายและผู้นำยุคใหม่

นโยบายและผู้นำยุคใหม่

09 มกราคม 2560

โดย...ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

โดย...ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) หรือ Thailand Institute of Justice ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้นำยุคใหม่ในหัวข้อเรื่อง หลักนิติธรรมกับความยั่งยืนในวันที่ 6-11 ม.ค.นี้ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของผู้นำยุคใหม่จากหลากหลายวิชาชีพ ที่มีทั้ง วิศวกร แพทย์ นักกฎหมาย นักวิชาการ นักธุรกิจ นักการทูต ตำรวจ ทหารและเจ้าหน้าที่รัฐ จากทั้งประเทศไทย และต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เวียดนาม และอินเดีย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์นำมาสู่การสรรค์สร้างนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาที่โลกและสังคมกำลังเผชิญอยู่ ด้วยการเชื่อมโยงหลักนิติธรรมหรือการใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคกับนโยบายที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นใน 4 ประเด็นหลัก คือ 1.การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 2.หลักธรรมาภิบาลในภาครัฐและเอกชน 3.ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในสังคม และ 4.วิทยาศาสตร์กับความยั่งยืน

การสัมมนาได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ ด้านรัฐศาสตร์ และด้านนโยบายจากมหาวิทยาลัยชื่อก้องโลก เช่น ฮาร์วาร์ด เอ็มไอที มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ และอีกหลายแห่งมาช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้นำยุคใหม่ ได้ริเริ่มสร้างนโยบายร่วมกันอย่างมืออาชีพ เพราะกระบวนการสร้างนโยบายที่เป็นรูปธรรม เพื่อต่อสู้กับปัญหาที่มีความยุ่งยาก ซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนจำนวนมากหลายกลุ่มที่มีทั้งได้และเสียผลประโยชน์นั้น ต้องอาศัยประสบการณ์และองค์ความรู้หลายสาขา

ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ได้แนะนำผู้นำยุคใหม่ให้สามารถมองปัญหาได้อย่างคมชัด ด้วยกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งเริ่มจาก 1.การตีกรอบปัญหาตั้งคำถามที่ไปที่มาของปัญหาจากมุมมองที่แตกต่างกัน 2.การหาตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับปัญหาในทุกมิติ ทั้งจากปัจจัยทางสังคม ทางการเมือง ทางวัฒนธรรมและผู้เกี่ยวข้องกับปัญหา 3.การได้มาซึ่งข้อมูลและการเลือกใช้ระเบียบวิธีการเพื่อวิเคราะห์สู่การวาดภาพนโยบาย และ 4.การมองหาจุดอ่อน-จุดแข็งของนโยบาย และการแสวงหานโยบายทางเลือกที่อาจนำมาใช้ได้ด้วย

สิ่งที่น่าสนใจคือ “กระบวนวิธีคิด” จากการตีกรอบปัญหาสู่การสร้างเป็นนโยบายจากการแนะนำของผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ได้ชี้ชัดว่านโยบายที่มีประสิทธิภาพนั้นจะต้องมาจากพื้นฐานความรู้ ประสบการณ์ และมันสมองของผู้นำที่ต้องมีความรู้กว้างขวางจริงๆ เพราะเหลี่ยมมุมของแต่ละนโยบาย ล้วนมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงและประสิทธิภาพในการต่อสู้กับปัญหานั้นๆ ทำให้เรามองเห็นความได้เปรียบของผู้นำยุคใหม่ในต่างประเทศ เนื่องจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของต่างประเทศนั้นจะมีการเรียนการสอนแบบบูรณาการ หรือแบบ Liberal Art ซึ่งเน้นการเติมเต็มให้นักศึกษาสามารถเชื่อมโยงมิติทางสังคมและทางวิทยาศาสตร์ร่วมกัน มิได้แยกขาดกันเป็นสายสังคมและสายวิทย์อย่างประเทศไทย ดังนั้น บัณฑิตที่จบออกมาจึงสามารถเชื่อมโยงวิชาชีพหรือสิ่งที่ทำอยู่กับปัญหาที่แม้จะอยู่ข้ามสายงานของตนได้อย่างดี เมื่อเติบโตไปเป็นผู้นำในอนาคตก็จะมองและวิเคราะห์ปัญหา รวมถึงสามารถนำเสนอนโยบายได้อย่างเฉียบคม

กระบวนวิธีคิดเพื่อสร้างเป็นนโยบายที่ดียังเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพราะมีตรรกะมีกรอบ และจะต้องมีการทดสอบพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งอาจแตกต่างจากวิธีการแบบไทยๆ ที่เน้นการสร้างนโยบายของชาติให้เป็นกระบวนการทางสังคมเป็นหลัก หากเรายังไม่พัฒนารูปแบบการสร้างนโยบายให้ทันสมัยก็คงต้องปรับเปลี่ยนกันร่ำไป เพราะไม่เคยมองไม่ครบและขาดการเชื่อมโยงที่สมบูรณ์

การสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ จึงถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ที่เล็งเห็นความจำเป็นของการผสมผสานผู้นำทุกสายอาชีพ ซึ่งมิเคยได้ทำงานร่วมกันมาก่อนมาร่วมสร้างนโยบายเปลี่ยนโลกและสังคม จากนี้ไปสังคมไทยอาจเกิดการปฏิรูปโดยคนรุ่นใหม่ เพื่ออนาคตใหม่ของไทยก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน