posttoday
ทิศทางลงทุนปี’60

ทิศทางลงทุนปี’60

09 มกราคม 2560

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ

เปิดศักราชใหม่ ทิศทางการลงทุนใหม่ เริ่มต้นที่เศรษฐกิจมหภาค ปีนี้ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยลดลงมาก เมื่อเทียบกับของปี 2559 ที่เต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยง เช่น ฟองสบู่เศรษฐกิจจีน ภาวะเศรษฐกิจซบเซาในยุโรปและญี่ปุ่น รวมถึงความกังวลต่อประชามติอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต)

แต่ยังต้องติดตามการเลือกตั้งของประเทศสำคัญในยุโรป ซึ่งจะมีนัยต่อเศรษฐกิจยุโรป

ปีนี้เศรษฐกิจในหลายๆ ภูมิภาคเร่งตัวขึ้น มุมมองเงินเฟ้อเริ่มไต่สูงขึ้น ก่อนหน้านี้มีเพียงเศรษฐกิจสหรัฐที่เด่น แต่การฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ได้ช่วยผลักดันเศรษฐกิจของประเทศที่พึ่งพิงรายได้จากการส่งออกโภคภัณฑ์ เช่น ตะวันออกกลาง รัสเซีย ประเทศแถบละตินอเมริกา เป็นต้น

ช่วงเดือนที่ผ่านมา เริ่มเห็นการปรับเพิ่มประมาณการทางเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ของประเทศเหล่านี้

นโยบายของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะเร่งการเติบโต และเพิ่มแรงดันเงินเฟ้อ แม้ยังมีข้อสงสัยว่า จะนำนโยบายไปสู่ภาคปฏิบัติได้มากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ดี การที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในทั้งสองสภา ได้เพิ่มโอกาสที่จะผลักดันนโยบาย โดยเฉพาะการปฏิรูปภาษีและการลงทุนสาธารณูปโภค ซึ่งจะช่วยต่อยอดการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐที่ขยายตัวได้ดีอยู่แล้ว

ตลาดหุ้นสหรัฐยังมีแนวโน้มแกว่งขึ้น หนุนโดยกำไรที่มีโอกาสถูกปรับขึ้น หากนโยบายข้างต้นถูกนำมาใช้อย่างรวดเร็ว

ส่วนของบ้านเรา ส่วนใหญ่มองเศรษฐกิจจะขยายตัว 3.2-3.3% ใกล้เคียงกับของปี 2559 แต่นักเศรษฐศาสตร์ธนชาต มองว่า มีโอกาสจะขยายตัวได้ถึง 3.7% โมเมนตัมการฟื้นตัวมีทิศทางที่ดี เนื่องจากปัจจัยดังนี้

การบริโภคมีสัญญาณบวก ตลาดรับรู้ไปพอควรกับเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคล การปลดหนี้รถยนต์คันแรก มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และการฟื้นตัวของราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะยางพาราและอ้อย ส่วนข้าวแม้ราคายังต่ำ แต่ปีนี้จะทำนาปรังได้จากภาวะฝนฟ้าที่เป็นใจมากขึ้น รายได้ภาคเกษตรจึงมีแนวโน้มดีขึ้น

ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยเติมเงินเข้าระบบอีกราว 1.5 แสนล้านบาท คิดเป็นกว่า 1% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) กำลังซื้อฐานรากจึงมีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น

แรงซื้อที่อัดอั้นจากช่วงไว้ทุกข์ เริ่มกลับมาตั้งแต่ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นปี แม้หมดมาตรการช็อปช่วยชาติไปแล้ว แต่การจับจ่ายใช้สอยยังดีต่อเนื่องในช่วง 4-5 วันแรกของปีใหม่

ปีนี้ตรุษจีนมาเร็วกว่าปกติ คือ ช่วงปลายเดือน ม.ค. ผู้ประกอบการค้าปลีกคงงัดแผนการตลาดออกมารักษาโมเมนตัมการจับจ่ายใช้สอยให้ดีต่อเนื่องในไตรมาสแรก

ด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมีความคืบหน้า การก่อสร้างจะค่อยๆ เร่งตัวตั้งแต่กลางปี ขณะที่ภาครัฐเร่งรัดการเบิกจ่ายตั้งแต่ช่วงต้นของปีงบประมาณ

การส่งออกที่ติดลบเล็กน้อยมาในช่วงปีหลังๆ เริ่มมีสัญญาณบวกจากเศรษฐกิจโลกที่เร่งตัวขึ้น และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ดีขึ้น

เหลือเพียงการลงทุนภาคเอกชนที่ยังระมัดระวังตัวมาก

แต่โดยรวม โมเมนตัมเศรษฐกิจไทยเป็นบวก และโอกาสขยายตัวดีกว่าที่ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้

ภายใต้ภาพเศรษฐกิจข้างต้น ยังแนะนำลดน้ำหนักการลงทุนตราสารหนี้ รวมถึงสินทรัพย์ที่ใกล้เคียงตราสารหนี้ เช่น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หุ้นปันผลที่กำไรโตน้อย

ตลาดหุ้นหลังปีใหม่ดีเกินคาด บอนด์ยิลด์ถอยลงมาบ้างหลังวิ่งแรงเกินไป ดัชนีเงินดอลลาร์ที่ขึ้นไปที่จุดแข็งสุดในรอบ 14 ปี ถอยกลับมาอ่อนสุดในรอบเดือน กระแสเงินทุนไหลย้อนกลับเข้าตลาดหุ้น TIP (ไทย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์)

ระยะสั้น ตลาดหุ้นไทยยังมีแรงเหวี่ยงด้านบวก โดยมีแนวต้านอยู่ที่ 1,585 จุด ถัดไปที่ 1,600 จุด

แม้มีมุมมองบวก แต่แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ยังไม่พร้อม ความแตกต่างของนโยบายการเงินนี้จะทำให้เกิดความผันผวนเป็นระยะ

แนะใช้เป็นจังหวะตลาดหุ้นเหวี่ยงขึ้นปรับพอร์ต โดยลดหุ้นปลอดภัย และหาจังหวะช่วงตลาดปรับฐาน เพิ่มหุ้นวงจรที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เช่น หุ้นโภคภัณฑ์ หุ้นค้าปลีก หุ้นธนาคาร เป็นต้น (โปรดศึกษารายหุ้นเพิ่มเติมจากบทวิเคราะห์ของธนชาต)

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค