posttoday
มนตรี ศรไพศาล ผู้นำสุดยอดโบรกเกอร์

มนตรี ศรไพศาล ผู้นำสุดยอดโบรกเกอร์

01 กันยายน 2553

....เจียรนัย อุตะมะ

“มนตรี ศรไพศาล” เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ KEST โบรกเกอร์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดด้านธุรกิจค้าหลักทรัพย์สูงสุดในประเทศ และเพิ่งบินไปรับรางวัล“สุดยอดโบรกเกอร์ 2553 ในประเทศ”จากนิตยสารไฟแนนซ์ เอเชีย วันที่ 1 ก.ย. ที่ฮ่องกง

KEST นับว่ามีผลการดำเนินงานดีที่สุดในบรรดาโบรกเกอร์ของบริษัท กิมเอ็ง โฮลดิ้งส์ สิงคโปร์ เป็นรองก็เพียงบริษัทแม่ที่อยู่สิงคโปร์ แม้ว่าจะเพิ่งได้รับรางวัลนี้เป็นครั้งแรกในปีนี้ก็ตาม ถ้าเทียบ บล.กิมเอ็ง ที่ฟิลิปปินส์ได้รับรางวัลเดียวกันนี้ต่อเนื่องมา 3 ปีแล้ว

“มนตรี” รับหน้าที่เป็นผู้นำองค์กรแห่งนี้ปีนี้เป็นปีที่ 9 เรียกได้ว่ารับหน้าที่นำองค์กรมาตั้งแต่ บล.กิมเอ็ง รวมกิจการกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เมื่อโบรกเกอร์อันดับ 5 รวมกับโบรกเกอร์อันดับ 1 ทำให้ขนาดของ บล.แห่งนี้ยิ่งมหึมาทิ้งห่างคู่แข่งไปไกล จนกระทั่งปัจจุบันส่วนแบ่งการตลาดยังคงสูงสุดและตัวเลขพุ่งขึ้นตามลำดับที่กว่า 10%

เขาเข้ามาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.กิมเอ็ง เดือน ต.ค. 2544 และการรวมกิจการของ บล.นี้สำเร็จเมื่อปี 2545 ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมาบล.แห่งนี้รักษาแชมป์ไว้ได้โดยตลอด

“มนตรี” มีบทบาทอย่างสูงในการช่วยประสานงานในการวางระบบ ด้วยพื้นฐานนอกจากเติบโตมาจากสายงานวาณิชธนกิจแล้ว ยังมีพื้นฐานด้านการบริหารงานระบบคอมพิวเตอร์ด้วย

ส่งผลให้ KEST ปัจจุบันนี้นอกจากมีฐานลูกค้าที่ใหญ่ที่สุด 7.7 หมื่นรายและเป็นลูกค้าที่เทรดทุกวันครึ่งหนึ่งแล้ว ยังมีระบบให้บริการที่ทันสมัยที่สุดด้วย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายระบบอินเทอร์เน็ต มี Kelive TV ที่นักวิเคราะห์ของ บล.แห่งนี้จะวิเคราะห์หุ้นออกทีวีที่ดูได้ทั้งภาพและเสียงวันละ 2 รอบนอกจากนั้นนักลงทุนยังสามารถดูข้อมูลได้บนโทรศัพท์มือถือ

“มนตรี” เป็นคนเรียนดี จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นเริ่มงานแรกเป็นนักวิเคราะห์ระบบรายงานการบริหารบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)หรือประสานงานระบบคอมพิวเตอร์ ทำงานได้ 3 ปี พร้อมกับการจบปริญญาโท บริหารธุรกิจการเงิน จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อยากจะทำงานกับสายงานธุรกิจ

จังหวะดี “กรณ์ จาติกวณิช” ผู้ก่อตั้ง บล.เจ.เอฟ.ธนาคม เพื่อนสมัยเรียน ป.5ที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียลชวนมาทำงานด้วย แต่ความที่ยังไม่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจ งานแรกจึงรับหน้าที่เป็นผู้จัดการฝ่ายคอมพิวเตอร์ไปก่อน 3 ปี จนกระทั่งมีประสบการณ์พอสมควรจึงเข้าไปดูงานด้านวาณิชธนกิจ

ยุคนั้นเศรษฐกิจเฟื่องฟู ทำให้มีธุรกรรมเข้ามามากมายในมือของเขา ไม่ว่าจะเป็นการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. หุ้นกู้แปลงสภาพ บง.เอกธนกิจ การนำบริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) บริษัท บ้านปู (BANPU) บริษัท ล็อกซเล่ย์ (LOXLEY) และบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น

จนกระทั่งเผชิญวิกฤตสถาบันการเงินปี 2540 จึงลาออกจากการเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บล.เจ.เอฟ.ธนาคม ไปเป็นผู้อำนวยการฝ่ายลงทุนบริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ (เอไอเอ) ทำได้เพียง 9 เดือน เปลี่ยนงานไปเป็นผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวาณิชธนกิจ บล.เอสจี สินเอเซียทำได้ 3 ปี ลาออกไปเป็นกรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บล.วิคเคอร์ส บัลลาส (ประเทศไทย) จนกระทั่งถูกดีบีเอสซื้อกิจการไปเป็น บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ปัจจุบัน และได้ดิบได้ดีมาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ในที่สุด

เขากล่าวว่า โชคดีที่ได้เข้ามาเป็นผู้นำองค์กรนี้ ที่นำองค์กรนี้มานับ 9 ปีได้จนทุกวันนี้ เนื่องมาจากประการแรก มีการส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ประการที่สอง ทุ่มเทเพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน จนกระทั่งปีนี้ บล.แห่งมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารอีกคน คือ “บุญพร บริบูรณ์ส่งศิลป์” เพื่อดูแลสายงานธุรกิจหลักทรัพย์รายย่อย จากเดิมที่เป็นกรรมการผู้จัดการ

ความภาคภูมิใจของเขาที่สุด คือ การที่บริษัทสามารถครองความเป็นโบรกเกอร์อันดับ 1 ไว้ได้ พร้อมกับการปล่อยสินเชื่อเพื่อการซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิน) โดยไม่มีหนี้เสียเกิดขึ้นเลย กำหนดวงเงินปล่อยสินเชื่อไม่เกิน 5,000 ล้านบาท จากปัจจุบันปล่อยไปแล้วประมาณ 3,0004,000 ล้านบาท

นโยบายจากนี้ไปจะให้งานวิจัยนำการซื้อขายเพื่อให้การซื้อขายมีคุณภาพมากขึ้น โดยบทวิเคราะห์ที่ออกมาจะเน้นปัจจัยพื้นฐานกระชับและฟันธง เพื่อไม่ให้นักลงทุนเจ็บตัวและได้ผลตอบแทนจากการลงทุน นอกจากนั้นจะพัฒนาเทคโนโลยีให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้นเพื่อให้บริการนักลงทุน

หลักในการเป็นผู้นำของเขา คือ การส่งเสริมความรักและความสามัคคี เพราะพระคัมภีร์ของคริสต์ศาสนาบัญญัติไว้ว่า ความรักนั้นต้องอดทนนานและกระทำคุณให้ ไม่ช่างจดจำความผิด และเป็นส่วนหนึ่งของคุณเสมอ

เขาเล่าว่า ช่วงแรกของการรวมกิจการ ตามธรรมชาติของคนสององค์กรมักจะระแวงกัน หลักการที่เขาต้องสื่อให้ทุกคนรู้ในการประชุมผู้จัดการสาขาครั้งแรก คือ ไม่มีใครพวกใคร ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีคู่แข่งคอยเจาะเราอยู่ ดังนั้นจึงต้องรักสามัคคีกันไว้ และหลักการนี้ทำให้ บล.แห่งนี้รักษาอันดับ 1 ไว้ได้

กิจกรรมยามว่างของชายอารมณ์ดีคนนี้ คือ เข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ รับประทานข้าวกับครอบครัวในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัวที่ประกอบด้วย ภรรยา และลูกชายสอง หญิงหนึ่ง ลูกชายคนโตวัย 21 ปี ชื่อ ปิยภูมิ เรีบนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ อิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยเซาท์แฮมตัน คนรองวัย 19 ปี ชื่อปิยฉัตร เรียนอยู่คณะคอมพิวติงแอนด์ แมนโทแมติก มหาวิทยาลัยอิมพีเรียล และคนสุดท้องลูกสาววัย13 ปี ปิยพร เรียนโรงเรียนนานาชาติแฮร์โรว์ กรุงเทพฯ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน