posttoday
ความเคลื่อนไหวอัตราดอกเบี้ยเงินกู้

ความเคลื่อนไหวอัตราดอกเบี้ยเงินกู้

06 มกราคม 2560

แบงก์เตือนดอกเบี้ยตลาดเงินมีแนวโน้มปรับตัวเป็นขาขึ้นเจอแรงกดดันจากทั้งภายในและภายนอก สภาพคล่องเริ่มหดหลังไตรมาส 2

แบงก์เตือนดอกเบี้ยตลาดเงินมีแนวโน้มปรับตัวเป็นขาขึ้น เจอแรงกดดันจากทั้งภายในและภายนอก สภาพคล่องเริ่มหดหลังไตรมาส 2

น.ส.ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปี 2560 เป็นปีที่ท้าทายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการดำเนินนโยบายและใช้เครื่องมือทางการเงินสร้างความสมดุลภายใต้ปัจจัยที่ผันผวน โดยตลาดคาดการณ์ตรงกันว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยต่ำ 1.5% ไปจนถึงสิ้นปีเพื่อเป็นแรงสนับสนุนเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัว ในขณะที่ปัจจัยภายนอกเริ่มกดดันให้ดอกเบี้ยขยับขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่กดดันให้ดอกเบี้ยปรับขึ้น คือ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอย่างเต็มกำลัง หลังจากปรับขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค. แล้ว 1 ครั้ง และเตรียมปรับขึ้นอีก 3 ครั้งในปีนี้ ทำให้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลง ราคาน้ำมันขยับสูงขึ้นจากทั้งราคาและค่าเงินมีผลทำให้เงินเฟ้อระหว่างทางเพิ่มขึ้น ต้นทุนกู้ยืมในประเทศแพงขึ้นจากดอกเบี้ยภายนอก

นอกเหนือจากดอกเบี้ยเฟดแล้ว ต้องติดตามนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่อาจหนุนทิศทางเงินเฟ้อ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐมีโอกาสสูงขึ้นอีก และส่งผลกระทบต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายทั่วโลกรวมทั้งไทย ส่วนปัจจัยในประเทศมาจากความต้องการระดมทุนเพิ่มเติมจากภาครัฐ

อย่างไรก็ดี ธุรกิจรายใหญ่และรัฐบาลที่มีโครงสร้างการกู้ยืมผ่านตลาดตราสารหนี้ต้องรับมือต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น เช่น ล็อกเงินกู้ยาว หรือปรับดอกเบี้ยเป็นอัตราคงที่ หลังเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวแข็งแกร่งและเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร5 ปีของไทยปรับขึ้นไปแล้ว 0.8% และคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับขึ้นอีก 0.4-0.6% ในระยะ 1 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ความต้องการสภาพคล่องในประเทศจะเริ่มชัดเจนขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี ไม่ว่ามาจากสินเชื่อ การระดมทุนภาคเอกชน การกู้เงินของรัฐบาล ดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษจะสูงขึ้นตามสภาพคล่องและต้นทุนการเงินที่แท้จริงส่วนดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไปจะยังไม่ขยับขึ้นมากนัก ด้านดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกหนี้รายย่อยไม่ได้รับผลกระทบในช่วงแรก แต่หากสภาพคล่องลดลงมากอาจจะมีการปรับให้สมดุล

ด้านธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยบันทึกการประชุมของเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่ากรรมการเฟดเสียงส่วนใหญ่เชื่อว่าอาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังจากนี้เร็วขึ้นกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เดิม เนื่องจาก
ผลพวงนโยบายทางการคลังของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่อาจกระตุ้นให้อัตราเงินเฟ้อขยายตัวเร็วกว่าคาด

กรรมการเกือบทั้งหมดเห็นพ้องกันว่าการประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจมีความเสี่ยงมากขึ้น จากแนวโน้มของการใช้นโยบายทางการคลังมากขึ้นในช่วงหลายปีหลังจากนี้ และการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะทยอยขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

นายไมเคิล กาเพน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของธนาคารบาเคลย์ส กล่าวว่า แม้เฟดจะส่งสัญญาณว่ามีแนวโน้มที่อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นเพราะผลพวงจากนโยบายการคลัง แต่เฟดเองก็เชื่อว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปเรื่องนี้ในประมาณการเศรษฐกิจ และยังต้องรอเห็นความชัดเจนมากกว่านี้ก่อน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน