
ตปท.ตุน1.6หมื่นล.
หุ้นไทยเก่งบวกตลาดเดียวเอเชีย ต่างชาติเก็บอีก 2,419 ล้านบาท ส.ค.เดือนเดียวทะลัก 1.6 หมื่นล้าน ธปท.มองเงินนอกเข้าไม่หยุด
หุ้นไทยเก่งบวกตลาดเดียวเอเชีย ต่างชาติเก็บอีก 2,419 ล้านบาท ส.ค.เดือนเดียวทะลัก 1.6 หมื่นล้าน ธปท.มองเงินนอกเข้าไม่หยุด
ตลาดหุ้นแดงเถือกทั่วเอเชีย ยกเว้นตลาดหุ้นไทย เพราะนักลงทุนต่างชาติยังคงเข้ามาซื้อสุทธิหนักขึ้นถึง 2,419 ล้านบาท ทำให้ดัชนีปิดระดับสูงสุดของวันที่ 913.19 จุด เพิ่มขึ้น 3.54 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 46,160 ล้านบาท ทั้งนี้เฉพาะเดือน ส.ค. 2553 ต่างชาติซื้อสุทธิทั้งสิ้น 1.6 หมื่นล้านบาท
มาร์เก็ตติง เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดหุ้นในเอเชียที่ปรับตัวลง โดยเฉพาะตลาดหุ้นญี่ปุ่นดิ่งแรงกว่า 3.55% หลังดัชนีดาวโจนส์ทรุด 140 จุดหรือ 1.39% สะท้อนว่านักต่างชาติยังสนใจเข้ามาซื้อหุ้นไทยต่อเนื่อง ทั้งการซื้อหุ้นสามัญและลงทุนผ่านเอ็นวีดีอาร์ ทำให้ราคาหุ้นบริษัทขนาดใหญ่โดยเฉพาะกลุ่ม ปตท. (PTT) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) และธนาคารพาณิชย์ใหญ่ปรับตัวขึ้นแรง
“SCC ดีดขึ้นแรงที่ 296 บาท เพิ่มขึ้น 18 บาท หรือ 6.47% และมีผลกับดัชนีประมาณ 2.72 จุด นี่ยังไม่รวมการปรับตัวขึ้นของกลุ่ม ปตท. ซึ่งมีแรงซื้อเข้ามาหลังจาก ครม. มีมติประกาศ 11 กิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงอย่างที่คาด”
ทั้งนี้ การลงทุนผ่านเอ็นวีดีอาร์จะพบว่ามีแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่องในกลุ่มที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ เช่น บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) รวม 86.52 ล้านบาท รองลงมาเป็นหุ้นบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) ซื้อสุทธิ 49.19 ล้านบาท เป็นต้น
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. (PTT) กล่าว ขณะนี้ ปตท.กำลังรอคำวินิจฉัยจากศาลปกครองกลางในวันที่ 2 ก.ย.นี้ หากศาลตัดสินยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ในกิจการโรงแยกก๊าซที่ 6 ปตท. ก็จะสามารถเปิดดำเนินการได้ทันทีในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งจะทำให้รายได้ครึ่งปีหลังสูงกว่าครึ่งปีแรก ที่มีรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์พัฒนสินระบุว่าปัจจัยบวกต่อตลาดวันนี้คือมาบตาพุดชัดเจน ส่วนปัจจัยลบคือตัวเลขภาคการผลิตและการค้าลดลงจากเดือนก่อนหน้าและทางดอยแบงก เอจี ออกมาระบุว่าหุ้นเอเชียเริ่มแพงแล้วจึงแนะนำให้นักลงทุนขายหุ้นเพื่อล๊อกกำไรไว้
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงผลการไปโรดโชว์ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บริษัท หลักทรัพย์เครดิต สวิส (ประเทศไทย) เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนสถาบันชั้นนำในสิงคโปร์ในงาน “SETCS Singapore Roadshow 2010” เมื่อวันที่ 24 และ 25 ส.ค. ว่าประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้ลงทุนเป็นอย่างดี โดยผู้ลงทุนได้เพิ่มระดับความสนใจที่จะกลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทย
“การโรดโชว์ครั้งนี้มีผู้ลงทุนสถาบันกว่า 150 ราย ให้ความสนใจรับฟังข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายการคลังของประเทศ และภาพรวมของตลาดทุนไทย รวมถึง 280 การประชุม แม้ผู้ลงทุนบางส่วนยังมีความกังวลด้านสถานการณ์การเมือง แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลเพราะทุกอย่างกำลังคลี่คลาย และพัฒนาไปในทางที่ดีเป็นอย่างมาก” นายจรัมพร กล่าว
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในการรายงานภาวะเศรษฐกิจเดือน ก.ค. ว่า เงินทุนไหลเข้ายังมีอยู่ต่อเนื่องตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีโอกาสขยายตัวได้ดี ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น ซึ่งคาดว่ามีโอกาสแข็งค่าไปแตะระดับ 31.20 บาท/เหรียญสหรัฐได้ในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันเคลื่อนไหวที่ระดับ 31.40 บาท
สำหรับเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 2,712 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8.68 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการไหลเข้ามาในทุกภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคาร







