
ทิศทางสงครามไซเบอร์
โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
มิกโก เฮปโปเนน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัท F-Secure ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ นับเป็นผู้เชี่ยวชาญมากในด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ได้รับเชิญไปบรรยายในงานสัมมนาต่างๆ รวมถึงให้สัมภาษณ์โดยสถานีโทรทัศน์ชั้นนำของโลกมากมาย
สำหรับแนวทางรักษาความปลอดภัยไซเบอร์นั้น เฮปโปเนน กล่าวว่า ก่อนอื่นจำเป็นต้องรู้จักฝ่ายศัตรูก่อน ซึ่งจำแนกออกเป็นหลายกลุ่ม
กลุ่มแรก Organized Online Crime เป็นองค์กรอาชญากรรมออนไลน์ วัตถุประสงค์หลัก คือ แสวงหาเงินอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งแต่ละปีคาดว่ากลุ่มนี้มีรายได้รวมกันหลายหมื่นล้านบาท รูปแบบอาชญากรรมมีตั้งแต่แอบเข้ารหัสข้อมูลของเหยื่อเพื่อเรียกค่าไถ่ จนถึงเจาะระบบธนาคารต่างๆ ซึ่งดำเนินการไม่ยากแต่อย่างใดเพราะมีจุดอ่อนมากมาย
แต่สิ่งที่ยาก คือ จะฟอกเงินอย่างไรเพื่อไม่ให้เหยื่อติดตามได้ ทั้งนี้บางครั้งฟอกเงินในรูปแบบพิสดาร เช่น โอนเงินไปซื้อชิปที่กาสิโนในฟิลิปปินส์ จากนั้นเล่นโป๊กเกอร์เสียเงินมากมาย ส่วนคนเล่นได้ก็จะเอาชิปไปขึ้นเงินแล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
กลุ่มที่สอง Hacktivist เป็นแฮ็กเกอร์มีอุดมการณ์ทางสังคมหรือการเมือง ไม่ได้หวังเงินทอง เพียงแต่ต้องการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น แม้ไม่เกิดความเสียหายมากมาย แต่จะสร้างความอับอายขายหน้าแก่เหยื่อที่ถูกโจมตี
กลุ่มที่สาม Cyber Terrorist เป็นแฮ็กเกอร์ก่อการร้าย สร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน ซึ่งปัจจุบันอุปกรณ์ทุกอย่างจะควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ ทำให้การโจมตีทำได้ง่ายอย่างมาก เช่น โจมตีเครือข่ายสายส่งไฟฟ้าเพื่อให้ไฟฟ้าดับ ซึ่งจะกระทบอย่างกว้างขวางทั้งต่อสังคม เศรษฐกิจ และขวัญกำลังใจของประชาชน บางครั้งจำเป็นต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เช่น สหรัฐส่งโดรนไปทิ้งระเบิดเพื่อฆ่าผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ของกลุ่มก่อการร้ายไอซิส
กลุ่มที่สี่ แฮ็กเกอร์ซึ่งเป็นรัฐบาล โดยมี 3 มหาอำนาจในด้านนี้ คือ สหรัฐ รัสเซีย และจีน โดยเฉพาะสหรัฐซึ่งมักโวยวายว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ถูกประเทศอื่นๆ โจมตีทางไซเบอร์ แต่กลับเป็นประเทศเยี่ยมยอดที่สุดในด้านนี้ โดยมัลแวร์ของสหรัฐนับว่าสุดยอดทั้งในด้านประสิทธิภาพและยากมากที่เหยื่อจะตรวจสอบพบ เช่น สหรัฐส่งมัลแวร์ชื่อ Flame ไปแพร่ระบาดในตะวันออกกลางเพื่อจารกรรม
นอกจากนี้ สหรัฐยังร่วมมือกับอิสราเอลพัฒนามัลแวร์ชื่อ Stuxnet เข้าไปฝังตัวเพื่อทำลายเครื่องจักรและอุปกรณ์เสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์
สำหรับแนวทางการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์นั้น เฮปโปเนนให้ทัศนะว่าเราไม่สามารถทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ปลอดภัยเต็ม 100% ได้ โดยทุกระบบต่างมีจุดอ่อนด้วยกันทั้งนั้น มากบ้างน้อยบ้าง โดยมี 2 ประเด็นสำคัญ
ประการแรก เรามักปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้สลับซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ เท่ากับยิ่งเพิ่มจุดอ่อนมากขึ้นเท่านั้น
ประการที่สอง เรามักพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้มีเครือข่ายกว้างขวางมากยิ่งขึ้น เท่ากับยิ่งเพิ่มจุดอ่อนที่จะเป็นเป้าหมายถูกโจมตีมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะหากมีคนใช้งานในเครือข่ายจำนวนมาก จะยิ่งยากในการควบคุม







