
ธุรกิจ-กลุ่มฐานราก ดัชนีเชื่อมั่นขยับดีขึ้น
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือน ธ.ค. 2559 ปรับตัวดีขึ้น
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือน ธ.ค. 2559 ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการในภาคที่ไม่ใช่การผลิต ขณะที่ธนาคารออมสินเปิดผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก (GSI) ประจำไตรมาส 4 ปี 2559 ส่งสัญญาณดีขึ้นเป็นลำดับ
ทั้งนี้ ธปท.ระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นในเดือน ธ.ค. 2559 ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน ตามความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคที่ไม่ใช่การผลิต โดยดัชนีปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนที่ระดับ 49.5 มาอยู่ที่ระดับ 50.3 ในเดือน ธ.ค. เป็นการปรับดีขึ้นตามคำสั่งซื้อ การจ้างงาน และผลประกอบการของผู้ประกอบการในภาคที่ไม่ใช่ภาคการผลิต โดยเฉพาะผู้ประกอบการในกลุ่มโรงแรมและภัตตาคาร และกลุ่มการค้า ที่ได้รับผลดีจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เริ่มทยอยปรับดีขึ้น และมาตรการลดหย่อนภาษีในช่วงปลายปีของรัฐมีส่วนช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค รวมถึงการเริ่มกลับมาทำกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดของผู้ประกอบการหลังจากที่งดไปในช่วงก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการภาคผลิตปรับลดลงในเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ส่วนหนึ่งจากการเร่งผลิตไปในช่วงก่อนหน้าเพื่อรองรับคำสั่งซื้อในประเทศที่เพิ่มขึ้นก่อนที่จะถึงวันหยุดยาวในช่วงปลายปี
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ประเมินว่าภาวะธุรกิจจะปรับดีขึ้นจากปัจจุบันสะท้อนจากดัชนีฯ ที่อยู่เหนือระดับ 50 และปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนที่ระดับ 54.5 มาอยู่ที่ 56.1 ในเดือน ธ.ค. 2559 เป็นการปรับดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ทั้งผู้ประกอบการในภาคการผลิตและภาคไม่ใช่การผลิต สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อไป อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลให้ความเชื่อมั่นด้านต้นทุนในอนาคตปรับลดลงเล็กน้อย
ขณะที่ ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก (GSI) ไตรมาส 4 ปี 2559 อยู่ที่ระดับ 49.9 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ปี 2559 ที่อยู่ระดับ 49.0 โดยประชาชนระดับฐานราก มีความคาดหวังรายได้ในอนาคต จากการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ประกอบกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติปรับค่าจ้างขั้นต่ำในประเทศ ซึ่งจะมีผลต่อรายได้ของประชาชนฐานรากในปีหน้า ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานรากปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเกือบใกล้เคียงกับระดับความเชื่อมั่นปานกลาง (ระดับ 50)
นอกจากนี้ GSI ต่อสถานการณ์ใน 6 เดือนข้างหน้า เพิ่มขึ้นจากระดับ 51.8 ในไตรมาส 3 ปี 2559 มาอยู่ที่ 52.8 ในไตรมาส 4 ปี 2559 สะท้อนว่า ประชาชนระดับฐานรากส่วนใหญ่มั่นใจต่อภาวะเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้าในระดับที่ดี เนื่องจากคาดหวังรายได้ในอนาคตจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาล โดยดัชนีความเชื่อมั่นด้านภาระหนี้สินและการออมปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ส่วนด้านการจับจ่ายใช้สอย การหารายได้ ภาวะเศรษฐกิจ และการหางานทำ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจฯ คาดว่าการบริโภคของประชาชนฐานรากยังฟื้นตัวไม่มากนักในไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 เนื่องจากยังระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยจากความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่การฟื้นตัวของการบริโภคน่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2560 เป็นต้นไป ถ้าความผันผวนของเศรษฐกิจโลกคลี่คลาย และประสิทธิภาพของการใช้จ่าย และการลงทุนของภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง







