posttoday
น้ำมันปี 2016-2017

น้ำมันปี 2016-2017

02 มกราคม 2560

โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์

โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์

แม้ว่าปีใหม่ปีนี้อากาศบ้านเราอาจจะไม่หนาวสักเท่าไร แต่สำหรับภูมิภาคอื่นๆ ของโลกก็ยังคงมีข่าวอากาศหนาวเย็นผิดปกติให้เห็น ผู้คนยังคงต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นในช่วงเวลานี้ เพื่อสร้างความอบอุ่นและน้ำมันก็ยังคงเป็นแหล่งพลังงานพื้นฐานที่ใช้กันแพร่หลาย ทำให้ราคาน้ำมันในช่วงไตรมาสแรก ของทุกปีมักจะเป็นขาขึ้นซะเป็นส่วนใหญ่ เช่น ปี 2010 บวก 6%  ปี 2011 บวก 17%  ปี 2012 บวก 4% ปี 2013 บวก 6% ปี 2014 บวก 3% ปี 2015 ลบ 11% และปี 2016 บวก 4% 

ดูจากข้อมูลในอดีตแล้ว หลายท่านอาจเริ่มสนใจลงทุนในน้ำมันกันบ้างแล้ว โดยทางเลือกของการลงทุนในน้ำมันคงหนีไม่พ้นกองทุนรวมน้ำมัน ซึ่งนำเอาเงินกองทุนไปลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมัน (ไม่ใช่เป็นการซื้อน้ำมันดิบที่แท้จริง เนื่องจากการเก็บรักษาน้ำมันทำได้ยาก แตกต่างจากกองทุนทองคำที่นำเอาเงินกองทุนไปซื้อทองคำเก็บรักษาไว้จริงในห้องมั่นคง) เสมือนเป็นการตกลงซื้อขายน้ำมันที่จะทำการส่งมอบในอนาคตที่ราคาหนึ่ง และเพื่อไม่ต้องรับมอบน้ำมันจริงมาเก็บรักษา เมื่อใกล้ครบกำหนดอายุของสัญญาก็จะทำการขายสัญญาเดิมออก และเข้าซื้อสัญญาใหม่ที่มีกำหนดส่งมอบในอนาคตต่อไปอีก หรือที่เรียกว่า Roll Over ซึ่งการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแทนการซื้อน้ำมันจริงนี้เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ราคาของกองทุนน้ำมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกับราคาน้ำมันในตลาดโลก ดังจะเห็นจากผลตอบแทนของกองทุนน้ำมัน เช่น กอง K-Oil ที่ให้ผลตอบแทนเพียง 17% ในขณะที่ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นกว่า 50%

สมมติว่าราคาน้ำมันปัจจุบันเท่ากับ 50 เหรียญ นักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนน้ำมันอาจได้ต้นทุนของน้ำมันที่สูงกว่าหรือต่ำกว่า 50 เหรียญก็ได้ ขึ้นอยู่กับราคาอนาคตของน้ำมันที่จะมีการส่งมอบกันในอนาคต เช่น อาจได้ต้นทุนที่ 52 เหรียญ เมื่อเวลาผ่านไปจนครบกำหนดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงอยู่ที่ 50 เหรียญ นักลงทุนก็ต้องประสบผลขาดทุนเนื่องจากตกลงซื้อน้ำมันล่วงหน้ามาแล้วที่ราคา 52 เหรียญ ดังนั้น การลงทุนในกองทุนน้ำมันนักลงทุนต้องคำนึงถึง 2 ปัจจัยด้วยกัน นั่นก็คือแนวโน้มราคาน้ำมันว่าในอนาคตข้างหน้าว่าจะขึ้นหรือลง และราคาอนาคตที่จะถูกตกลงไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งโดยมากถูกกำหนดจากภาวการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ เช่น ภาวะขาดแคลนน้ำมันราคาปัจจุบันจะสูงกว่าราคาอนาคต (เพราะเชื่อว่าขาดแคลนชั่วคราวและจะมีการผลิตเพิ่ม) แต่ในภาวะน้ำมันล้นตลาด ราคาปัจจุบันก็จะต่ำกว่าราคาอนาคต (เพราะเชื่อว่าจะมีการปรับลดกำลังการผลิตลงให้เหมาะสม)

มุมมองของนักวิเคราะห์ที่สำรวจโดย Bloomberg ยังคงมองว่า ราคาน้ำมันเฉลี่ยในปีหน้าน่าจะอยู่ที่ระดับ 51-56 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งก็ไม่ต่างจากระดับปัจจุบันเท่าใดนัก ในขณะที่ราคาอนาคตที่จะใช้กำหนดในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอยู่ในทิศทางที่ยิ่งไกล ราคาอนาคตยิ่งต่ำลง ซึ่งอาจมาจากพื้นฐานที่เชื่อว่าโลกยังคงสามารถผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ จากแหล่งน้ำมันรูปแบบใหม่ แถมด้วยพลังงานทดแทนอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน