posttoday
ไทยพาณิชย์แนะรัฐเพิ่มโอกาสการศึกษาแก้คนจน

ไทยพาณิชย์แนะรัฐเพิ่มโอกาสการศึกษาแก้คนจน

31 สิงหาคม 2553

ไทยพาณิชย์แนะแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมอย่างยั่งยืน ต้องสร้างโอกาสให้คนเข้าถึงบริการสาธารณะและการศึกษาเพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้

ไทยพาณิชย์แนะแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมอย่างยั่งยืน ต้องสร้างโอกาสให้คนเข้าถึงบริการสาธารณะและการศึกษาเพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารได้วิเคราะห์เชิงลึกความไม่เท่าเทียมกันในสังคม พบว่า กลุ่มคนรายได้น้อยสามารถไต่บันไดเพื่อเพิ่มรายได้ได้ในระดับหนึ่งด้วยการเปลี่ยนอาชีพหรือย้ายถิ่นฐาน เช่น รายได้ของเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าหากเข้ามาทำงานเป็นคนงานก่อสร้างในกรุงเทพ

อย่างไรก็ตามพบว่าการเปลี่ยนอาชีพหรือการย้ายถิ่น ไม่เพียงพอที่จะทำให้คนกลุ่มนี้สามารถไต่บันไดรายได้ให้ไปอยู่ในระดับสูงได้ เช่น ไต่บันไดให้มีฐานะเท่ากับผู้มีอาชีพเฉพาะทางในกรุงเทพซึ่งมีรายได้สูงกว่าเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคนงานก่อสร้างในกรุงเทพถึง 9 และ 4 เท่า ตามลำดับ เนื่องจากจำเป็นต้องมีการศึกษา ทักษะ หรือ เงินทุน ซึ่งเป็นไปได้ยากเพราะกลุ่มรายได้น้อยเหล่านี้โดยเฉลี่ยยังมีเงินออมไม่เพียงพอสำหรับค่าเล่าเรียนในระดับสูง เช่นระดับอนุปริญญาหรืออุดมศึกษาอีกด้วย

ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมอย่างยั่งยืนจึงจำเป็นต้องมุ่งเน้นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณะและการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง มากกว่าการกระจายรายได้ผ่านเงินอุดหนุน

ทั้งนี้การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้ช่วยให้ปัญหาความยากจนในไทยปรับตัวดีขึ้น โดยถ้าเรากำหนดให้เส้นระดับความยากจน (poverty line) อยู่ที่ 2 เหรียญสหรัฐต่อวัน จะพบว่าอัตราส่วนความยากจนในไทยได้ปรับลดลงจาก 26% ในปี 2535 เหลือเพียง 12% ในปี 2547 แต่ถ้าเราขยับเส้นความยากจนดังกล่าวขึ้นเป็น 3 เหรียญสหรัฐต่อวัน จะพบว่า อัตราส่วนความยากจนจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นถึง 29% ซึ่งสะท้อนว่ายังคงมีคนไทยอีกจำนวนมากที่อยู่ในกลุ่ม “เฉียดจน”

“ความไม่เท่าเทียมกันทางรายได้เห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อพิจารณาจากรายได้เฉลี่ยของคนในแต่ละภูมิภาค จากการวิเคราะห์ข้อมูลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนพบว่าเกษตรกรรายย่อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนต่ำที่สุด ในขณะที่ผู้ประกอบการในกรุงเทพมีรายได้สูงที่สุดโดยมีรายได้มากกว่ากลุ่มเรกถึงเกือบ 12 เท่า นอกจากนั้นเมื่อพิจารณารายได้เฉลี่ยในแต่ละอาชีพยังพบว่าโดยเฉลี่ยผู้มีอาชีพเกษตรกรรายย่อยมีรายได้เฉลี่ยต่ำที่สุด ตามมาด้วยคนงานก่อสร้าง คนงานในโรงงาน และพนักงานบริการ โดยการเติบโตของรายได้ของคนกลุ่มดังกล่าวไม่มีแนวโน้มที่จะโตไล่ทันรายได้ของผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะทาง และผู้ประกอบการซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูงกว่ากลุ่มแรกอย่างชัดเจน นอกเสียจากว่าจะมีการศึกษา ทักษะ หรือเงินทุน เพียงพอสำหรับไต่บันไดรายได้สู่ขั้นสูงขึ้น ทั้งนี้โอกาสในการเข้าถึงปัจจัยดังกล่าวยังมีไม่ทั่วถึง” นายเศรษฐพุฒิ กล่า

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค