
เที่ยวตลาดปลาญี่ปุ่น
เราทราบกันดีว่าญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่บริโภคปลามากที่สุดของโลก ทำให้มีการพูดกันว่า “คนญี่ปุ่นมีอายุยืนเพราะกินปลาเยอะ” “คุณทวด” ที่มีอายุ 116 ปี ซึ่งมีอายุยืนเป็นอันดับ 3 ของโลก ชื่อ “Nabi Tajima” เกิดที่เมืองคิไก จังหวัดคาโกชิม่า อยู่ทางตอนใต้สุดของญี่ปุ่นบนเกาะคิวชู
เราทราบกันดีว่าญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่บริโภคปลามากที่สุดของโลก ทำให้มีการพูดกันว่า “คนญี่ปุ่นมีอายุยืนเพราะกินปลาเยอะ” “คุณทวด” ที่มีอายุ 116 ปี ซึ่งมีอายุยืนเป็นอันดับ 3 ของโลก ชื่อ “Nabi Tajima” เกิดที่เมืองคิไก จังหวัดคาโกชิม่า อยู่ทางตอนใต้สุดของญี่ปุ่นบนเกาะคิวชู
จากรายงานของหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ชื่อ “Sankei Shimbun” พบว่า ปี 2544 คนญี่ปุ่นบริโภคอาหารทะเล 40 กก./คน/ปี แต่ปี 2559 บริโภคลดลง 32% เหลือ 27 กก./คน/ปี ส่วนใหญ่เป็นการลดของคนรุ่นใหม่ที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี แต่รายงานไม่ได้บอกถึงสาเหตุว่าเกิดจากอะไร มีการแสดงความคิดเห็นกันหลากหลาย ทั้งนี้เพราะปลาทะเลญี่ปุ่นไม่ปลอดภัยเนื่องจากสึนามิที่ไปทำลายโรงงานนิวเคลียร์ฟูกุชิมา บ้างก็ว่าการกินปลาใช้เวลาในการปรุงอาหารนาน เป็นต้น
แต่ผมคิดว่าอาจจะเป็นผลผลิตปลาของญี่ปุ่นที่จับได้ลดลง ในปี 2527 ผลผลิตปลาของญี่ปุ่น (จับจากทะเลและเพาะเลี้ยง) ลดลงจาก 12 ล้านตัน ในปี 2527 เหลือเพียง 3.6 ล้านตัน ในปี 2557 ทำให้ราคาปลาแพงและมีการ นำเข้าเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับรายงานของ European Parliament ที่ว่าในปี 2556 อัตราการพึ่งพาปลาของคนญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่า “Self Sufficiency Rate : SSR” ที่คำนวณจากการผลิตปลาในประเทศหารด้วยการบริโภคปลาในประเทศ ลดลงจาก 113% ของปี 2503 เหลือ 60% ในปี 2557
ทั้งนี้ จีนเป็นประเทศที่จับปลาได้มากที่สุด 15 ล้านตัน ตามด้วยอินโดนีเซีย 6 ล้านตัน สหรัฐ และรัสเซีย ญี่ปุ่นเป็นอันดับ 5 ของโลก สำหรับประเทศอาเซียนในปี 2557 เวียดนามและเมียนมา จับปลาได้ 2.7 ล้านตัน ตามด้วยฟิลิปฟินส์ 2.1 ล้านตัน และไทย 1.5 ล้านตัน สำหรับปลาที่ญี่ปุ่นจับได้นั้นมาจากทะเล 70% และปลาจากการเพาะเลี้ยง 30% ส่วนใหญ่ 90% มาจากมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตกเฉียงเหนือ ไล่เรียงมาตั้งแต่จังหวัดอาโอโมริ อิวาเตะ มิยางิ ฟูกุชิมะ และอิบารากิ จนไปถึงทางตอนใต้ของประเทศ
อย่างไรก็ตาม หลังวันที่ 11 มี.ค. 2554 บริเวณ 3 จังหวัดและใกล้เคียงข้างต้นเกิดสึนามิขนาด 8.9 ริกเตอร์ ทำลายโรงงานนิวเคลียร์ “Fukushima Daiichi Nuclear Plant” ทำให้ปริมาณปลาและการส่งออกปลาของญี่ปุ่นยิ่งลดลงไปอีก เรือประมงได้ถูกทำลายไป 28,612 ลำ และท่าเรือปลาเสียหาย 319 ท่าเรือ ทำให้ปี 2556 หลายประเทศห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น
ผลจากการจับปลาและภัยธรรมชาติได้ทำให้ปัจจุบันญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าอาหารทะเลอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ จากแต่ก่อนเคยเป็นผู้ส่งออกปลาของโลก โดยนำเข้าจากประเทศนอร์เวย์ สหรัฐ เกาหลีใต้ จีน และอาเซียน (อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย) ปลาทั้งหมดจะส่งต่อไปยังตลาดขายส่ง
ผมได้มีโอกาสไปที่ตลาดส่งขายปลาและผัก ผลไม้กลางนครโตเกียวที่ชื่อว่า “ซึกิจิ (Tsukiji Central Wholesale Market)” มีการซื้อขายวันละ 2,500 ตัน อยู่ที่เขตชูโอ สามารถเดินทางได้ทั้งแท็กซี่และรถไฟใต้ดิน ซึ่งขึ้นลงที่สถานี “Tsukiljshijo Station” ห่างจากตลาดเพียง 170 เมตร ตลาดนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญด้วย เพราะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าไปซื้อหาอาหารทะเล และชมการประมูลปลาทูน่า โดยอนุญาตให้คนเข้าไป 120คน/วัน ซึ่งตลาดขายส่งอาหารทะเลญี่ปุ่น ถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารทะเลของญี่ปุ่น เพราะเป็นส่วนที่รวบรวมเพื่อกระจายต่อไปยังตลาดค้าปลีกและผู้บริโภค และยังมีตลาดปลาใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นอีกหลายแห่งที่มีความน่าสนใจ







