
เสริมแกร่งหลังบ้าน
ตลาดเครื่องปรับอากาศถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากปัจจุบันอัตราการถือครองเครื่องปรับอากาศของคนไทยมีอัตราส่วนอยู่ที่เพียง 24% เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับกลุ่มสินค้าทีวี ตู้เย็น หรือหม้อหุ้งข้าว ที่มีอัตราส่วนการถือครองสูงถึง 80%
ตลาดเครื่องปรับอากาศถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากปัจจุบันอัตราการถือครองเครื่องปรับอากาศของคนไทยมีอัตราส่วนอยู่ที่เพียง 24% เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับกลุ่มสินค้าทีวี ตู้เย็น หรือหม้อหุ้งข้าว ที่มีอัตราส่วนการถือครองสูงถึง 80%
จากช่องว่างทางการตลาดดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการในธุรกิจเครื่องปรับอากาศเร่งเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เช่นเดียวกับบริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ ซึ่งล่าสุดได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาด เพื่อรับหน้าร้อนที่กำลังจะมาถึงนี้ถึง 5 รายการ และนอกจากจะให้ความสำคัญในเรื่องของสินค้าใหม่แล้ว การบริการหลังการขายก็ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจเครื่องปรับอากาศของเครื่องปรับอากาศไดกิ้นเช่นกัน
บัณฑิต ศรีวัลลภานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลล์ กล่าวว่า การแข่งขันของตลาดเครื่องปรับอากาศที่แข่งขันกันรุนแรง ทำให้บริษัทต้องวางแผนเชิงรุกในปีหน้า ด้วยการมุ่งเน้นเสริมความแข็งแกร่ง 3 ด้าน คือ คอลเซ็นเตอร์ ด้วยการมีเบอร์ 4 หลักในการติดต่อ ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการจดจำ เพื่อใช้เป็นช่องทางในการติดต่อหลักสำหรับการแจ้งซ่อมทั่วประเทศ เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มเปิดใช้บริการได้ประมาณเดือน ม.ค. 2560
ความแข็งแกร่งที่ 2 ที่จะนำมาเป็นกลยุทธ์ในการมัดใจลูกค้า คือการบริการที่ดีที่สุด ด้วยการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่ทางร้านค้าออนไลน์ พร้อมสร้างความสะดวกและส่งมอบสินค้ารวดเร็ว รวมถึงการพัฒนาการจัดหาอะไหล่ที่มีคุณภาพและเครือข่ายให้กับลูกค้า
ปัจจุบันบริษัทมีสำนักงานเพื่อเปิดให้บริการทั้งในด้านของสินค้าและอะไหล่ 4 สาขา คือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ และขอนแก่น นอกจากนี้ในปี 2560 ยังมีแผนที่จะขยายสำนักงานเพิ่มขึ้นอีก 2 สาขา ที่ จ.ระนอง และนครราชสีมา เพื่อให้การบริการมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยภายในปี 2561 คาดว่าจะขยายสำนักงานได้ครบ 10 สาขาตรงตามเป้าหมายที่วางไว้
ในส่วนของความแข็งแกร่งที่ 3 คือ ความพึงพอใจ ด้วยการทำแอพพลิเคชั่นสำรวจการให้บริการลูกค้าบนมือถือ รวมถึงการจัดกิจกรรมตรวจภายใน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการและปรับปรุงแก้ปัญหาความไม่พึงพอใจของลูกค้าให้รวดเร็วที่สุด ซึ่งเบื้องต้นวางการแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าว่าต้องแล้วเสร็จภายใน 1-2 วัน
นอกจากนี้ ไดกิ้นยังให้ความสำคัญในส่วนของทรัพยากรบุคคล เพราะมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพยังสามารถขยายงานและการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการรับสมัครพนักงานฝ่ายขายและฝ่ายบริการเพิ่มเติม รวมไปถึงการส่งเสริมด้านความรู้ให้กับพนักงาน โดยเฉพาะในส่วนของช่างซ่อม ด้วยการจัดฝึกอบรม เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงาน ซึ่งการให้ความสำคัญทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านในครั้งนี้ น่าจะช่วยให้ไดกิ้นสามารถเพิ่มยอดขายได้เป็นที่น่าพอใจ







