
CIMBชู4ธีมลงทุนปี'60
บลจ.ซีไอเอ็มบีฯ เปิด 4 ธีมลงทุนปี 2560 พร้อมออกกองทุนใหม่ 3 กองทุน ลุยโครงสร้างพื้นฐานและรีททั่วโลก หุ้นไทยปันผลดีและไอทีในสหรัฐ
บลจ.ซีไอเอ็มบีฯ เปิด 4 ธีมลงทุนปี 2560 พร้อมออกกองทุนใหม่ 3 กองทุน ลุยโครงสร้างพื้นฐานและรีททั่วโลก หุ้นไทยปันผลดีและไอทีในสหรัฐ
นายวิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดเผยว่า มุมมองการลงทุนในปี 2560 บริษัทแนะนำ 4 ธีมการลงทุน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานนำหน้า อสังหาริมทรัพย์สร้างรายได้ หุ้นไทยปันผลดีและเกาะกระแสเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ซึ่งเชื่อว่าธีมลงทุนดังกล่าวสามารถสร้างผลตอบแทนให้บรรลุตามเป้าหมาย เนื่องจากวิวัฒนาการของโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การลงทุนจึงต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด
บริษัทจึงมีแผนออกกองทุนใหม่ 3 กอง ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 เพื่อเกาะธีมลงทุนดังกล่าว ได้แก่ กองทุน CIMB-Principal Thai Dynamic Income Equity Fund เน้นเลือกหุ้นรายตัวภายใต้แนวคิด Smart Dividend คือเป็นหุ้นที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง แต่ยังมีแนวโน้มเติบโตดีจากการขยายกิจการ ลดต้นทุนหรือเพิ่มส่วนแบ่งตลาด รวมทั้งได้รับคะแนนบรรษัทภิบาล (CG) ตั้งแต่ 3 ขึ้นไป
นอกจากนี้ ออกกองทุน CIMB-Principal Global REITs Fund สร้างโอกาสหารายได้จากค่าเช่าอสังหาฯ ในโครงการคุณภาพ ซึ่งค่าเช่าจะปรับเพิ่มในช่วงที่เงินเฟ้อกำลังเป็นขาขึ้นและกองทุน CIMB-Principal Global Disruptive Technology Equity Fund เน้นเลือกหุ้นที่เติบโตดีจากกระแสเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก อาทิ Online Payment, Online Advertising, Robotics เน้นบริษัทใหญ่มีรายได้และกำไรเติบโตดี โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐแม้กำไรสุทธิต่อหุ้นเติบโตเกือบ 10% มีกระแสเงินสดจำนวนมากและจ่ายปันผลต่อเนื่อง โดยเงินปันผลเติบโต 7.8% และราคาหุ้นยังไม่แพงซื้อขายที่พี/อี 16-17 เท่า ซึ่งทั้งสองกองทุนลงทุนในต่างประเทศ
นายวิน กล่าวว่า ธีมโครงสร้างพื้นฐานนำหน้าน่าสนใจ เนื่องจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะทุ่มเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจำนวน 5.50 แสนเหรียญสหรัฐ ขณะที่แนวโน้มทั่วโลกคาดว่าปี 2559-2563 จะมีเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมากกว่า 3.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับประเทศไทยมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจ โดยมีเม็ดเงินลงทุนกว่า 5 แสนล้านบาท จะถูกทยอยเบิกจ่ายในปี 2560-2565 จึงแนะนำหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน รับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้างและอสังหาฯ
นอกจากนี้ มองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างระมัดระวังโดยรอดูการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปและญี่ปุ่นยังคงดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่อง ส่วนดอกเบี้ยของไทยน่าจะคงที่ 1.50% อย่างน้อยถึงครึ่งหลังของปี 2560 ดังนั้นการลงทุนในอสังหาฯ จึงน่าสนใจ โดยอัตราผลตอบแทนคาดหวังจากการลงทุนในกองรีททั่วโลก อยู่ที่ 6-7% ขณะที่อัตราพันธบัตรรัฐบาลโลก 1-2% จึงให้ผลตอบแทนส่วนเพิ่มสูงถึง 5%







