posttoday
ปีแห่งความหวังขายตรง 2560 ศึกหนักสินค้าโดนโซเชียลชิงแชร์

ปีแห่งความหวังขายตรง 2560 ศึกหนักสินค้าโดนโซเชียลชิงแชร์

29 ธันวาคม 2559

ธุรกิจขายตรงปี 2559 จัดว่าเป็นปีแห่งการประคองตัว จากสภาพตลาดเติบโตเพียงแค่ 1-2%

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ธุรกิจขายตรงปี 2559 จัดว่าเป็นปีแห่งการประคองตัว จากสภาพตลาดเติบโตเพียงแค่ 1-2% นอกจากนี้ยังเป็นปีแห่งการสร้างรากฐานออนไลน์รับยุคดิจิทัล สำหรับการก้าวเข้าสู่ปี 2560 ถือว่าเป็นปีแห่งความหวังว่าเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว รวมทั้งเป็นยุคดิจิทัลเริ่มเบ่งบานมากขึ้น

สุชาดา ธีรวชิรกุล นายกสมาคมการขายตรงไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจขายตรงมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท ปี 2560 คาดว่าตลาดมีอัตราการเติบโต 3-4% ตามการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือตามจีดีพีที่รัฐบาลคาดการณ์ว่าเติบโตกว่า 3% ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี และเชื่อว่าหากเศรษฐกิจไทยเติบโตยิ่งขึ้น โอกาสที่ธุรกิจขายตรงสามารถเติบโตได้ถึงระหว่าง 5-7% ก็มีความเป็นไปได้

ทั้งนี้ ในยามภาวะเศรษฐกิจไม่ดีหรือการฟื้นตัวค่อนข้างช้า กลยุทธ์สำคัญผลักดันให้เติบโต คือ การเพิ่มนักธุรกิจใหม่ๆ เข้าสู่ระบบขายตรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ต้องการมีรายได้เสริมจะเข้าสู่ระบบได้ง่ายมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ส่วนภาพรวมการแข่งขันในปีหน้าเชื่อว่ามีความรุนแรง ต้องจับตาดูการจำหน่ายสินค้าผ่านทางโซเชียลมีเดียจากผู้ประกอบการรายเล็กทยอยเกิดขึ้นมาใหม่จำนวนมาก

สำหรับวิสัยทัศน์ของสมาคมการขายตรงไทยมีสมาชิกกว่า 33 ราย ซึ่งมีส่วนแบ่งรวมกันร่วม 70% ของธุรกิจขายตรงไทยแล้ว ประกอบด้วย ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงจากอเมริกา แอมเวย์และนู สกิน หรือกระทั่งจากผู้ประกอบการไทยอย่างกิฟฟารีน ในปีหน้าทางสมาคมยังเดินหน้าผลักดันให้ธุรกิจขายตรงไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในสายตาผู้บริโภค มีความทันสมัยและให้กลุ่มผู้ประกอบการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้เศรษฐกิจยุคดิจิทัล

ขณะที่ วิภาดา ตั้งปกรณ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงนู สกิน กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจขายตรงปี 2560 เชื่อว่าการแข่งขันจะสูงขึ้น เนื่องจากเป็นปีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเข้าสู่ยุคของโลกแห่งดิจิทัลแบบเต็มที่มากขึ้น ทำให้เปลี่ยนการแข่งขันในตลาดเดียวกัน กลายมาเป็นการแข่งขันในทุกตลาด ซึ่งเป็นโจทย์ท้าทายให้กับธุรกิจขายตรง และนู สกิน ซึ่งเราพร้อมจะปรับองค์กรตามโลก และนำเทคโนโลยีที่มีอยู่มาเป็นเครื่องมือที่ทำให้สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนกลยุทธ์ของ นู สกิน มองว่าสินค้าที่เป็นจุดแข็งของบริษัทอย่างผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเอจล็อก ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดผลิตภัณฑ์ชะลอริ้วรอย ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคที่รักการดูแลสุขภาพและความสวยความงามยังคงมีความต้องการสินค้าที่เข้ามาตอบโจทย์และช่วยแก้ปัญหาให้พวกเขาได้ นอกจากนี้ นู สกิน ยังเน้นการสร้างธุรกิจกับคนหนุ่มสาว โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในกลุ่มวัยรุ่นจนถึงวัยกลางคน (18-35 ปี) ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และคาดว่าจะสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายและธุรกิจขายตรงให้เติบโตได้

“ปีหน้าเราได้มีการวางกลยุทธ์และปรับแผนการตลาดให้ทันกับสถานการณ์และสอดรับกับความต้องการของตลาดในปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตและเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ตลอดจนเตรียมแผนรองรับการทำงานของผู้แทนจำหน่าย ทีมบริหารและพนักงานของเราให้เห็นถึงเป้าหมายความสำเร็จเดียวกัน โดยจะยังเดินหน้าบุกตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มต่อต้านความชราและมุ่งเน้นการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อการออกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ตามคอนเซ็ปต์การเป็นบริษัทผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ชะลอริ้วรอยอย่างต่อเนื่องต่อไป” วิภาดา กล่าว

นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงกิฟฟารีน กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจขายตรงยังขึ้นอยู่กับทิศทางเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศ ถือว่าเป็นปีแห่งความยากลำบากอีกหนึ่งปี เพราะเศรษฐกิจโลกและไทยยังไม่ฟื้นตัว กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง ธุรกิจส่งออกของไทยก็ยังประสบปัญหา จึงประเมินว่าธุรกิจขายตรงมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท มีอัตราการขยายตัวได้ 3% ตามจีดีพีของประเทศ อย่างไรก็ดีหวังว่าสถานการณ์ตลาดปี 2560 ถ้าไม่มีปัจจัยลบที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะดีกว่าปี 2559  

“สิ่งที่ต้องจับตาในปีหน้า ภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ธุรกิจขายตรงการจำหน่ายสินค้าต้องให้สอดคล้องกับกำลังซื้อ อยู่ในราคาสมเหตุสมผล การขายสินค้าแพงไม่ตอบโจทย์ในยุคนี้ สำหรับแผนยุทธศาสตร์ของกิฟฟารีนในระยะ 5 ปีข้างหน้า (2560-2564) เดินหน้าขยายช่องทางออนไลน์เพิ่มจาก 30% เป็น 40% และออฟไลน์จาก 70% เหลือเป็น 60% จากปัจจุบันช่องทางออนไลน์ 10% ในปีหน้าเพิ่มเป็น 20-30% เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงหันมาซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์มากขึ้น” นลินี กล่าว

ด้าน สุทัศน์ อนุวุฒินาวิน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่นผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในเครือไมเนอร์ กล่าวในทิศทางเดียวกับบริษัทขายตรงชั้นนำของไทยว่า ภาพรวมธุรกิจขายตรงมีแนวโน้มโต 3% ตามการขยายตัวของจีดีพีของไทย โดยออนไลน์เป็นช่องทางทำให้สินค้าเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งการขยายตัวของห้างสรรพสินค้า 18 สาขาในตลาดต่างจังหวัด ส่งผลให้บริษัทมีสถานที่ออกบูธจำหน่ายหนังสือได้เพิ่มขึ้น ผลักดันให้รายได้เติบโต 20% ตามเป้าหมาย

ปีระกาจึงจัดว่าเป็นปีแห่งความหวังว่าเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัว และถือเป็นปีของความท้าทาย จากการแข่งขันที่ไม่ได้มีแค่สินค้าจากธุรกิจขายตรงเท่านั้น แต่จะมีแบรนด์เล็กๆ เกิดขึ้นมาจำนวนมากเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด นั่นคือโจทย์ใหญ่ของธุรกิจขายตรงปี 2560

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน