posttoday
นิด้ามองเศรษฐกิจปีระกาสดใสภาครัฐอัดฉีดเม็ดเงินสู่ระบบ

นิด้ามองเศรษฐกิจปีระกาสดใสภาครัฐอัดฉีดเม็ดเงินสู่ระบบ

28 ธันวาคม 2559

การอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นเคลื่อนไหวในกรอบ 1.5-2% ทิศทางส่งออกจะขยายตัวได้ 1-2% รวมทั้งสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยมีลุ้นได้เห็นดัชนี 1,600-1,650 จุด สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มองว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้ายังสดใส

การอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นเคลื่อนไหวในกรอบ 1.5-2% ทิศทางส่งออกจะขยายตัวได้ 1-2% รวมทั้งสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยมีลุ้นได้เห็นดัชนี 1,600-1,650 จุด สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มองว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้ายังสดใส

มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาโทการจัดการภาครัฐและเอกชน นิด้า เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2560 ประเมินว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะอยู่ที่ 3.5-4% จากนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณปี 2559 ที่มีงบลงทุนคงเหลือกว่า 33.6% หรือประมาณ 141,730 ล้านบาท และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2560 ที่ขณะนี้มีการเบิกจ่ายไปแล้วกว่า 26.3% โดยในส่วนนี้เป็นการเบิกจ่ายงบลงทุน 6.4%

อย่างไรก็ตาม ด้วยนโยบายภาครัฐที่เร่งอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ มีหลายโครงการที่จะเห็นเป็นรูปธรรมในปี 2560 จะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ทำให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้และส่งผลต่อรายได้ของประชาชนเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน การเร่งรัดเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันโดยสนับสนุนการพัฒนายกระดับความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีให้กับภาคการผลิตและแสวงหาตลาดใหม่ให้กับภาคการส่งออก ผ่านการเจรจาความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการค้าอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสนับสนุนต่อปัจจัยเชิงบวกของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากคู่ค้าของไทยในปี 2560 มีทิศทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และจะผลักดันอัตราเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นมาเคลื่อนไหวในกรอบ 1.5-2%

สำหรับแนวโน้มการส่งออกของไทยในปี 2560 เชื่อว่ายังขยายตัวได้ 1-2% โดยมีประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มประเทศอาเซียนที่มีสัดส่วนการส่งออกสูงถึง 25.3% ของมูลค่าส่งออก และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากการสนับสนุนการลงทุนของภาครัฐและเอกชนของแต่ละประเทศในอาเซียน จึงคาดว่าในปี 2560 จะโต 4.6% จากปี 2559 ที่ประเมินว่าเติบโต 4.5%

ส่วนตลาดสหรัฐ ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญที่มีสัดส่วนส่งออกกว่า 11.4% มีแนวโน้มขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นบวกและส่งสัญญาณการเติบโตที่สดใส หลังจากได้ประธานาธิบดีคนใหม่เข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลัง เช่น การปฏิรูปภาษีด้วยการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา มุ่งแก้ปัญหาการว่างงานและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้เพิ่มขึ้น รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จึงคาดว่าเศรษฐกิจของสหรัฐปี 2560 จะขยายตัว 2-2.3% ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าของไทยไปยังตลาดสหรัฐมากขึ้น

ขณะที่ตลาดจีน ไทยมีสัดส่วนส่งออก 10.6% มีแนวโน้มชะลอตัวเนื่องจากการลงทุนของภาคเอกชนที่ลดลง จึงคาดว่าเศรษฐกิจของจีนในปี 2560 จะมีการเติบโตลดลงเหลือ 6.5% จากปี 2559 ที่คาดว่าจะเติบโต 6.7% ดังนั้นเศรษฐกิจโลกจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจจีน เนื่องจากจีนมีการส่งออกสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก หากเศรษฐกิจจีนยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี การส่งออกสินค้าจากไทยไปยังประเทศจีนก็ย่อมดีตามไปด้วย

มนตรี กล่าวว่า การส่งออกของไทยปี 2560 เชื่อว่ายังโตได้ 1-2% เนื่องจากประเทศคู่ค้ารายใหญ่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ประกอบกับเศรษฐกิจประเทศที่พัฒนาแล้วยังโต 1.9-2% ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาโต 4.9-5% จากปี 2559 คาดว่าอยู่ที่ 4-4.3% ส่วนประเทศกลุ่ม BRICS ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย โต 5.1% จากปี 2559 ที่น่าจะขยายตัวได้ 4.2% เมื่อมารวมกับปัจจัยสนับสนุนของค่าเงินบาทที่เฉลี่ยเคลื่อนไหวอยู่ที่ 35-37 บาท/เหรียญสหรัฐ จะเอื้อต่อการส่งออกของไทย

จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น จะช่วยสนับสนุนความแข็งแกร่งของภาคตลาดเงินตลาดทุนไทยในปี 2560 ที่คาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับ 1,600-1,650 จุด และอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทรงตัว 1.50% ซึ่งจะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2560 เติบโตได้ 3.5-4%

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน