
งบกลุ่มจังหวัด
โดย...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
โดย...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
สัปดาห์นี้เป็นช่วงโค้งสุดท้ายจริงๆ ของปี 2559 แล้ว สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งหลายคงต้องเร่งมือค้าขายปิดยอดผลประกอบการให้ดูดีที่สุด ตัวเลขในงบการเงินทุกรายการจะมีผลต่ออนาคตของกิจการอย่างมากโดยเฉพาะในเรื่องการกู้ยืมเงินหรือร่วมลงทุน ส่วนประชาชนผู้บริโภคก็ถือว่าเป็นช่วงวางมือเตรียมตัวพักผ่อนท่องเที่ยวกันแล้ว การจับจ่ายช็อปปิ้งตามมาตรการของรัฐบาลช็อปช่วยชาติกระตุ้นให้ประชาชนซื้อของและท่องเที่ยว แล้วนำใบกำกับภาษีไปใช้หักค่าลดหย่อนได้คนละ 1.5 หมื่นบาทนั้น ใครที่ยังไม่ได้จับจ่ายหรือใช้ไม่หมดก็ควรรีบไปจัดการ ก่อนที่จะหมดสิทธิแค่ภายในสิ้นปีนี้เท่านั้น
ปีนี้ต้องถือว่ารัฐบาลสร้างผลงานไว้มาก ช่วยออกมาตรการสารพัดมากระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องภาษี สินเชื่อ มาตรการลดหย่อนต่างๆ เงินกองทุนช่วยเหลือหลากหลายเรื่อง งบประมาณช่วยเหลือผู้คนแต่ละกลุ่มอย่างทั่วถึงตั้งแต่เกษตรกร ชาวสวน ชาวไร่ ชาวนา ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ข้าราชการ พนักงานรัฐ หนี้นอกระบบ กองทุนหมู่บ้าน ชาวบ้านประชารัฐ พี่น้องโอท็อป ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงโครงการขนาดใหญ่ที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยลืมตาอ้าปากได้ เรียกว่าดูแลแจกจ่ายทั่วถึงทีเดียว
ในโค้งสุดท้ายนี้ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่รัฐบาลจัดงบก้อนโตแบบที่ไม่เคยมียุคไหนทำมาก่อน คืออัดงบประมาณอีก 1 แสนล้านบาท ให้แก่ 18 กลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ (เฉลี่ยได้ไปกลุ่มจังหวัดละ 5,000 ล้านบาท) เพื่อนำไปคิดค้นจัดทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้ง 77 จังหวัด ซึ่งแว่วว่าแต่ละจังหวัดก็เด้งรับลูกอย่างรวดเร็ว มีการเตรียมโครงการไว้กว่า 1,000 เรื่อง สามารถทำได้ทันทีเมื่อเงินก้อนนี้เดินทางไปถึง
มาตรการนี้ต้องมีความสำคัญอย่างมากแน่นอน ขนาดว่าเงินงบประมาณยังไม่พร้อมจ่าย มีการลงทุนออกพันธบัตรแสนล้านบาทกู้เงินให้ทำก่อน ใจถึงแบบนี้ก็ต้องช่วยกันเต็มที่ล่ะครับ เอาเป็นว่าไหนๆ ก็ลุยทำแล้วสิ่งที่พึงระวังฝากไว้ก่อนคือเรื่องประสิทธิภาพและความโปร่งใสของแต่ละโครงการ ด้วยเหตุที่มีโครงการย่อยๆ ทั่วประเทศรวมกันเยอะมาก ทุกจังหวัดต่างก็อยากโชว์ผลงาน ทุกหน่วยงานต่างก็อยากทำในเรื่องที่ตัวเองคิด กลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ก็มีหลากหลาย สามัคคีบ้าง ขัดแย้งบ้าง แบ่งพวกพ้องเครือญาติว่านเครือบ้าง อยากเสนอให้มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่สังเคราะห์เจาะลึกโครงการต่างๆ แบบบูรณาการทั้งกระดาน อย่าเลือกทำเป็นชิ้นๆ เรื่องๆ มองภาพรวมและช่วยตอบ 4 คำถามง่ายๆ คือ หนึ่ง...มีโครงการซ้ำซ้อนหรือไม่ สอง...มีโครงการพวกพ้องหรือไม่ สาม...ตัวชี้วัดแต่ละโครงการเชิงปริมาณหรือคุณภาพ และสี่...ผลลัพธ์โครงการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดได้กี่มากน้อย
ยุคนี้ข่าวสารถึงกันหมด ข้อมูลที่ได้รับฟังจากคนในบางพื้นที่คือมีการจัดสรรแบ่งงบไม่ลงตัว บางคนยังไม่มีไอเดียกลับได้โควตา บางแห่งงบกระจุกเฉพาะกลุ่มคน มีการคัดลอกโครงการมาเสนอ หลายเรื่องคิดทำซ้ำซ้อนกันมากไม่ว่าจะเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์/บรรจุภัณฑ์ เรื่องการพาผู้ประกอบการไปเจาะตลาดต่างประเทศ และเรื่องยอดนิยมคือโครงการตลาดออนไลน์
ฝากผู้ที่มีหน้าที่กำกับดูแลช่วยเน้นเรื่องประสิทธิภาพประสิทธิผลและความโปร่งใส (ใครมีข้อมูลเชิงลึกอยากแชร์ให้ทราบโปรดส่งทางอีเมลข้างต้นครับ)







