
ตั้งตลาดกลางค้าข้าว หวังเพิ่มช่องทางซื้อขายให้ชาวนา
"พาณิชย์" กล่อมโรงสีตั้งตลาดกลางค้าข้าวสาร หวังเพิ่มช่องทางขายข้าวและอำนาจต่อรองให้ชาวนา เล็งพื้นที่ภาคกลางเริ่มกลางปี 2560
"พาณิชย์" กล่อมโรงสีตั้งตลาดกลางค้าข้าวสาร หวังเพิ่มช่องทางขายข้าวและอำนาจต่อรองให้ชาวนา เล็งพื้นที่ภาคกลางเริ่มกลางปี 2560
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว. พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือ กับผู้ประกอบการโรงสีข้าว ว่า ได้หารือถึงแนวทางของกระทรวงพาณิชย์ที่จะ จัดสร้างตลาดกลางค้าข้าวสารขึ้นมา เพื่อเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรและ ผู้ประกอบการค้าข้าวสามารถนำผลผลิตมาขายที่ตลาดกลาง โดยให้ผู้ซื้อทั้งใน และต่างประเทศได้เลือกซื้อ ถือเป็นการสร้างสมดุลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย จากปัจจุบันที่มีผู้ขายน้อยราย และส่วนใหญ่เป็นผู้ส่งออก เมื่อผู้ซื้อต่างชาติต้องการซื้อข้าวไทยก็จะซื้อผ่านผู้ส่งออกเหล่านี้เท่านั้น บางครั้งทำให้ไม่มีการแข่งขันกันเสนอราคาขายให้สูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังเป็นการ เพิ่มอำนาจต่อรองให้กับผู้ขายไม่ต้องนำผลผลิตไปขายที่ โรงสีในพื้นที่เพียงแห่งเดียว ซึ่งจะช่วยทำให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นได้ หากมีผู้ซื้อหลายรายแข่งขันกันซื้อ
สำหรับรูปแบบการจัดตั้งสร้างตลาดกลางนั้น กระทรวงพาณิชย์จะหาผู้ลงทุนที่เป็นภาคเอกชน ขณะนี้ได้สอบถามแล้ว และ หลายรายแสดงความสนใจ แต่อยู่ระหว่างการหารือรูปแบบการทำธุรกิจ (บิซิเนสโมเดล) คาดว่าน่าจะจัดสร้างในภาคกลาง หรือ จ.นนทบุรี ที่สะดวกต่อการขนส่ง และน่าจะเห็นเป็นรูปธรรมภายในกลาง ปี 2560
"ผู้ประกอบการโรงสีสนับสนุนการสร้างตลาดกลางข้าวสาร ซึ่งจะจัดสร้างทั้งที่เป็นตลาดจริงๆ เอาสินค้ามาวางขายกันจริงๆ เป็นเหมือนห้างสรรพสินค้าให้ผู้ซื้อได้ เลือกซื้ออย่างสะดวกสบาย และตลาดกลางซื้อขายทางออนไลน์เพื่อให้สามารถค้าขายได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น" นางอภิรดี กล่าว
นางอภิรดี กล่าวว่า ผู้ประกอบการโรงสียังได้ขอให้กระทรวงเร่งประสานกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อเร่งปล่อยสินเชื่อตามโครงการต่างๆ ของรัฐบาล เช่น สินเชื่อเพื่อซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรมาเก็บไว้ ชะลอการขายในช่วงที่ผลผลิตออกมาก ขณะนี้ยังมีความล่าช้าในการพิจารณา ซึ่งกระทรวงจะเร่งประสานให้ ส่วนสถานการณ์ราคาข้าวในประเทศนั้น ล่าสุดราคาข้าวเปลือกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ราคาข้าวที่สำรวจจากสมาคม โรงสีข้าวไทย พบว่า ราคาข้าวเปลือกได้ปรับตัวสูงขึ้นเกือบทุกชนิดเมื่อเทียบกับเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา โดยราคา ณ วันที่ 21 ธ.ค. 2559 ข้าวเปลือกหอมมะลิ ปีการผลิต 2559/2560 จ.บุรีรัมย์ อยู่ที่ ตันละ 1 หมื่นบาท เทียบกับราคา เฉลี่ยเดือน พ.ย.อยู่ที่ตันละ 9,500-9,800 บาท โดยข้าวเปลือกหอมมะลิ ปีการ ผลิต 2559/2560 จ.อุบลราชธานี ขึ้นไปสูงที่ตันละ1.1 หมื่นบาท ส่วนข้าวเปลือกเจ้า 5% จ.พระนครศรีอยุธยา ราคาอยู่ที่ตันละ 7,700-7,800 บาท สูงขึ้นจากราคาตันละ 7,600-7,700 บาท ส่วนราคาข้าวสารเจ้า 5% อยู่ที่ตันละ 1.19- 1.2 หมื่นบาท ปรับขึ้นจากตันละ 1.17- 1.18 หมื่นบาท
ภาพประกอบข่าว







