
ทัวร์หนุนเอสเอ็มอี
เอเปกมองอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ความหวังอาเซียน หนุนเอสเอ็มอีขยายตัว
เอเปกมองอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ความหวังอาเซียน หนุนเอสเอ็มอีขยายตัว
เอมมานูเอล ซาน แอนเดรียสนักวิเคราะห์หน่วยสนับสนุนด้านนโยบายกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) เปิดเผยว่า ผลการศึกษาของเอเปกพบว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยทุก 10% ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ช่วยลดความยากจนลง 1.26%
“อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโตปีละ 5.6% คาดว่าใน 10 ปีข้างหน้าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไม่ต่ำกว่า 800 ล้านคน สร้างการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 21.1 ล้านตำแหน่ง” แอนเดรียส กล่าว
ทั้งนี้ จากรายงานข้างต้นธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กในท้องถิ่นได้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากที่สุด ด้วยอัตราค่าบริการที่เป็นธรรมและเหมาะสม เมื่อเทียบกับธุรกิจขนาดใหญ่ และเป็นการกระจายโอกาสการสร้างงานสู่ครัวเรือนในแต่ละท้องถิ่น
นอกจากนี้ ผลการศึกษายังพบด้วยว่าธุรกิจขนาดเล็กในภาคบริการนี้ช่วยกระจายโอกาสให้กับแรงงานไร้ฝีมือ และกลายเป็นประตูสู่อาชีพการงานอื่นๆ ต่อไป
ด้านเอเปกสนับสนุนความร่วมมือในภูมิภาคในการพัฒนาและกระตุ้นความร่วมมือด้านนโยบายท่องเที่ยวของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ โดยมีความร่วมมือใน 3 ระดับที่จะผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตั้งแต่การพัฒนาจุดหมายปลายทาง เศรษฐกิจ และความร่วมมือระดับประเทศ โดยสิ่งสำคัญคือการลดข้อจำกัดด้านวีซ่าระหว่างกัน และวางแผนเชื่อมโยงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวร่วมกัน
แอนเดรียส กล่าวด้วยว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ที่สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากมุมมองของธุรกิจขนาดเล็ก ขณะที่สิงคโปร์เป็นตัวอย่างของประเทศที่ลดข้อจำกัดด้านวีซ่าและมุ่งแผนสร้างการท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยง
“สิงคโปร์สามารถดึงนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาปีละ 4-5 ครั้ง/ปี โดยมีนโยบายเป็นตัวสนับสนุนหลักให้ประสบความสำเร็จ” แอนเดรียส กล่าว
ขณะเดียวกันสนามบินชางงีของสิงคโปร์มีกระบวนการบริหารงานที่ราบรื่นและคิดอัตราค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรม เช่นเดียวกับสนามบินฮ่องกง รวมทั้งจีนอยู่ระหว่างการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมเพื่อลดอัตราการเดินทางระหว่างเมืองกับสนามบิน ซึ่งการดำเนินการหลายด้านจะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เติบโตมากยิ่งขึ้น







