
ญี่ปุ่นผ่านร่างกาสิโน
สํานักงานส่งเสริมการค้าระหว่างต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงโตเกียว ได้รวบรวมข้อมูลและจัดทำบทวิเคราะห์การอนุมัติร่างกฎหมาย
โดย...สคต. กรุงโตเกียว
สํานักงานส่งเสริมการค้าระหว่างต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงโตเกียว ได้รวบรวมข้อมูลและจัดทำบทวิเคราะห์การอนุมัติร่างกฎหมาย เพื่อจัดตั้งสถานประกอบการท่องเที่ยวครบวงจร (Integrated Resort : IR) หรือร่างกฎหมายกาสิโน โดยเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา สภาล่างของญี่ปุ่นได้อนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าว แม้พรรคฝ่ายค้านและบางสมาชิกของพรรคร่วมรัฐบาลจะคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวก็ตาม
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายกาสิโนเป็นหนึ่งในหลายมาตรการเด่นของยุทธศาสตร์การเติบโตทางเศรษฐกิจของ ชินโสะ อาเบะ (อาเบะโนมิกส์) โดยร่างกฎหมายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างรายได้ภาครัฐอีกทางหนึ่งด้วย
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายกาสิโนจะกำหนดเงื่อนไขสำหรับการกำหนดพื้นที่ ในการจัดตั้งสถานประกอบการท่องเที่ยวครบวงจรที่สามารถเปิดให้บริการธุรกิจกาสิโนได้ และร่างกฎหมายดังกล่าวยังกำหนดให้จัดตั้งคณะกรรมการควบคุมกาสิโน เพื่ออนุญาตควบคุมและกำกับผู้ประกอบการธุรกิจกาสิโน โดยจะมีการกำหนดเงื่อนไข หรือมาตรการควบคุมต่อไป และนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการจะต้องเสียค่าเข้าด้วย
รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประเมินว่าเมื่อบังคับใช้กฎหมายคาสิโนแล้ว จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงถึง 7.7 ล้านล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งให้ความสนใจ เช่น โตเกียว โยโกฮามา โอซากา นางาซากิ โอกินาวา และคุชิโร เป็นต้น
อย่างไรก็ดี การออกกฎหมายดังกล่าวมีอีกหลายฝ่ายที่แสดงความกังวลว่าจะส่งผลเสียต่างๆ ตามมา เช่น มีผู้เป็นหนี้สินจากการเล่นกาสิโนมากขึ้น กลายเป็นแหล่งฟอกเงินและส่งผลกระทบทางลบต่อวัยรุ่นและเยาวชน รวมทั้งจะทำให้สภาพแวดล้อมและความปลอดภัยในพื้นที่จัดตั้งสถานประกอบการท่องเที่ยวครบวงจรเสื่อมโทรมด้วย
สำหรับผลวิเคราะห์ที่มีผลต่อเศรษฐกิจประเทศไทยจากการออกกฎหมายกาสิโน พบว่าหลายประเทศทั่วโลกอนุญาตให้จัดตั้งกาสิโนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีมาเก๊าเป็นตัวอย่างที่โดดเด่น เพราะมีกาสิโนมากกว่า 35 แห่ง สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 5 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 70 ของจีดีพีมาเก๊า และยังสร้างการจ้างงานมากกว่าร้อยละ 60 ของประเทศอีกด้วย
ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มให้ความสนใจเรื่องนี้ในปี 2556 ในการส่งเสริมการจัดตั้งรีสอร์ทครบวงจรที่อนุญาตการเปิดกิจการกาสิโนด้วย เพื่อหวังฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและสร้างความมั่นคงทางการเงิน รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งทางการคลังเพื่อแก้ไขปัญหาทางโครงสร้างเศรษฐกิจ เช่น การจัดการสังคมสูงวัยของญี่ปุ่น หากญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการจัดตั้งรีสอร์ทครบวงจร ซึ่งรวมกิจการกาสิโนด้วย จะส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติรวมทั้งคนไทยหลั่งไหลเข้ามาในญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวสามารถสอดรับกับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกที่โตเกียวรับเป็นเจ้าภาพในปี 2563 ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับญี่ปุ่นทั้งก่อนและหลังกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนในปี 2563 อีกด้วย
ส่วนข้อคิดเห็นและเสนอแนะของ สคต.โตเกียว ระบุว่า การออกกฎหมายกาสิโนของญี่ปุ่นนับเป็นการเดิมพันของรัฐบาล ชินโสะ อาเบะ ที่ต้องการสร้างแรงดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน หรือมาท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันทางโครงสร้างเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น การเข้าสู่สังคมสูงวัย การเพิ่มขึ้นหนี้สาธารณะญี่ปุ่นและศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจของเอกชนญี่ปุ่น
หากญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการดำเนินการนโยบายดังกล่าว ไทยอาจได้รับผลกระทบด้านการท่องเที่ยวมาไทย เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจะให้ความสนใจกับการเดินทางไปญี่ปุ่น เพราะความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่เพิ่มมากขึ้นจากแต่ก่อน ดังนั้นไทยจึงจำเป็นต้องพิจารณาให้ความสำคัญกับการบริการ การสร้างความโดดเด่น แตกต่าง และเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวไทยให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านรวมถึงญี่ปุ่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีรสนิยมแตกต่างกันออกไปมาท่องเที่ยวในไทยได้มากขึ้น







