
ปรับตัวรับอี-มันนี่
โดย...DJ [email protected]
โดย...DJ [email protected]
รูปแบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Payment หรือ e-Payment) กำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้จ่ายประจำวันของคนไทยเพื่อทดแทนการใช้เงินสด และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม เพราะปลอดภัย สะดวก สามารถรับโอนจ่ายได้ทุกที่ ทุกเวลา เพราะการใช้เงินสดมีต้นทุนมหาศาลในการบริหารจัดการ ทั้งการพิมพ์ การขนส่ง การนับคัด และการทำลาย
เมื่อดูจากข้อมูลจาก Visa Consumer Payment Attitudes Study 2015 จะพบว่า 6 ใน 10 (57%) ของคนไทย คิดว่าการพกเงินสดไม่ปลอดภัย โดยคนไทยพกเงินสดเฉลี่ย 2,094 บาท
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าสัดส่วนมูลค่าการชำระเงินด้วยช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของไทย จะเพิ่มขึ้นจาก 40% ไปอยู่ระดับที่สูงกว่า 50% ในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยคนไทยกับการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ อัตราการใช้บริการการชำระเงินของประเทศไทยในปี 2557 มีจำนวนธุรกรรมเฉลี่ย 35 รายการ/คน/ปี ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ
ขณะที่การปรับตัวของร้านค้ารองรับ “เงินอิเล็กทรอนิกส์” เมื่อคนไทยลดการใช้เงินสด และหันมาใช้จ่ายเงินผ่านบัตรและช่องทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ประกอบกับโครงการ Expansion of Card and Card Acceptance ภายใต้นโยบาย National e-Payment ที่กำหนดให้ทุกร้านค้าที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ ต้องมีเครื่อง EDC เพื่อเพิ่มการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งเหล่านี้ทำให้ร้านค้าต่างๆ ต้องปรับตัวสู่การค้าขายในอนาคต เพื่อให้พร้อมรองรับการจ่ายทุกรูปแบบ ปัจจุบันมีเครื่อง EDC ในประเทศไทยอยู่ 396,257 เครื่อง และภาครัฐมีนโยบายตั้งเป้าติดตั้งเครื่องรูดบัตร (EDC) เพิ่มเป็น 2 ล้านเครื่อง
จากพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคของคนรุ่นใหม่ ที่จะหันมาชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นในอนาคต ที่ผู้ประกอบการธุรกิจร้านค้าต้องติดตามกระแสดังกล่าว พร้อมปรับตัวเพื่อรับมือกำลังซื้อดิจิทัลยุคใหม่







